งาน Software Engineer ในยุโรปตะวันตก

ช่วงนี้เป็นยุคทองของโปรแกรมเมอร์ครับ ไม่ใช่แค่ที่อเมริกาเท่านั้นที่มีปัญหาขาดแคลนโปรแกรมเมอร์ดีๆ ที่ยุโรปเองก็เป็นเหมือนกัน

ผมประทับใจโพสต์ของคุณ Tanin Na Nakorn (https://www.fongmun.com/m/10733) เลยอยากเขียนของฝั่งทางยุโรปบ้าง เผื่อมีคนสนใจ

ขอเล่าข้อมูลเกี่ยวตัวตัวเองคร่าวๆก่อน ตอนนี้ผมเป็น Software Engineer อยู่ที่เนเธอร์แลนด์ในขณะนี้ ผมทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ไทยอยู่ประมาณสองปีครึ่ง ก่อนจะได้ทุน Erasmus Mundus มาเรียนต่อที่ยุโรป ไปเรียนทั้งหมดสี่ประเทศ คือ ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และเยอรมัน

ระหว่างเรียน ผมไปฝึกงานที่ SAP ในเยอรมันอยู่หกเดือน ก่อนจะกลับมาทำงานที่เนเธอร์แลนด์ในตำแหน่ง Software Engineer ตอนปี 2013

ช่วงปี 2014 บริษัทส่งไปอเมริกาอยู่หกเดือน ก่อนจะกลับเนเธอร์แลนด์ ตรงนี้ทำให้ผมพอเปรียบเทียบได้ว่าการอาศัยอยู่ที่อเมริกาต่างกับยุโรปอย่างไร

โพสต์นี้จะแบ่งเป็นสองส่วน ดังนี้

  1. ใช้ชีวิต + ทำงานที่ยุโรปกับสหรัฐอเมริกา ข้อดี ข้อเสียเป็นอย่างไร?
  2. ช่องทางในการหางานที่ยุโรป

ในที่นี้ผมจะกล่าวรวมๆถึงแค่ยุโรปตะวันตก (เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม)  และกลุ่มประเทศแสกนดิเนเวีย (เช่น นอร์เวย์ ฟินแลนด์ ) โดยยกเว้นกลุ่มประเทศที่กำลังมีปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่ (อิตาลี สเปน)

เนื่องจากแต่ละประเทศในยุโรปมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก เรื่องไหนที่เฉพาะเจาะจงผมจะบอกชื่อประเทศไว้ด้วยครับ

1. ใช้ชีวิต + ทำงานที่ยุโรปกับสหรัฐอเมริกา ข้อดี ข้อเสียเป็นอย่างไร

1.1 เงินเดือนกับค่าใช้จ่าย

ต้องบอกก่อนเลยว่า เงินเดือนของ Software Engineer ที่ยุโรปต่ำกว่าที่อเมริกามาก  นอกจากตัวเงินเดือนจะต่ำกว่าแล้ว ภาษียังสูงกว่ามากด้วย ในอเมริกาภาษีอยู่แถว 35% แล้วแต่รัฐ แต่ในยุโรป ภาษีสูงถึง 42-52% (เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน)

ตัวอย่างเช่น เนเธอร์แลนด์ เงินเดือนเฉลี่ยต่อปีอยู่แค่ประมาณ 45-50k EUR ต่อปี (50 – 56 USD)  เทียบกับอเมริกา ถ้าความสามารถใกล้ๆกัน ผมคิดว่าควรจะได้แถวๆ 80-100k USD ขึ้นกับรัฐ และบริษัท

ยิ่งช่วงค่าเงินยุโรปตกนี่ยิ่งน้อยใหญ่

ส่วนเรื่องของค่าใช้จ่าย ถ้าไม่ทำกินเอง อาหารนอกบ้านในฝั่งยุโรปตะวันตกแพงกว่าที่อเมริกาประมาณ 20-30% ครับ ตัวอย่างเช่น สั่งอาหารง่ายๆในอเมริกาตกสัก 10 USD  ที่ยุโรปจะประมาณ 12 – 15 EUR

ส่วนค่าบ้าน อันนี้อเมริกาแพงนำลิบลิ่ว โดยเฉพาะในโซนไอทีที่มีบริษัทใหญ่ๆ (Google/Amazon/Apple/Microsoft) เปิดอยู่

คำนวนโดยรวมแล้ว ถ้าจุดประสงค์หลักคือการเก็บเงิน ไปอเมริกาดีกว่ามากครับ เก็บเงินได้เยอะกว่ามาก

จะมียกประเทศเดียวที่น่าจะเก็บเงินได้สูสีกับการอยู่อเมริกา คือสวิสเซอร์แลนด์ ที่ฐานเงินเดือนอยู่ที่ $100k  แต่ค่าครองชีพนั้นแพงกว่าอเมริกามาก ต้องควบคุมค่าใช้จ่ายกันหน่อย

รองลงมาก็คือเนเธอร์แลนด์ ที่มีมาตรการลดหย่อนภาษีให้กับคนต่างชาติ (Highly skilled immigrant)  แต่หลังภาษีแล้วก็ยังน้อยกว่าอเมริกาอยู่พอควรอยู่ดี

หากต้องการข้อมูลละเอียดของแต่ละประเทศ ผมแนะนำ Glassdoor.com สำหรับเงินเดือน และ Numbeo.com สำหรับ cost of living ครับ

1.2 ความปลอดภัย

วัดกันตามสถิติ ความปลอดภัยของยุโรปตะวันตกนั้นดีกว่าที่อเมริกามาก ยกเว้นอยู่ประเทศเดียวคือฝรั่งเศส  ทั้งนี้ทั้งนั้น แต่ละเมืองไม่ว่าประเทศไหน จะมีโซนที่เป็นจุดอันตรายมากกว่าจุดอื่นๆ เวลาหาที่อยู่ ควรทำการบ้านไปให้ดีด้วยว่า crime rate ของแต่ละโซนเป็นอย่างไร

จากประสบการณ์ ผมคิดว่าความปลอดภัยนี่แล้วแต่ตำแหน่งจริงๆ แต่ความรู้สึกโดยรวม ยุโรปก็ยังดูดีกว่า แต่หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย ตอนนี้เมืองใหญ่ๆที่ประเทศไหนก็ดูมีความอันตรายหมด

เรื่องการเหยียดผิวหรือคนต่างชาติ จะมีมากในฝรั่งเศส แต่ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นเป็นถึงเนื้อถึงตัว   มีบ้างประปรายระดับหนึ่งในเยอรมัน ส่วนเนเธอร์แลนด์กับแสกนดิเนเวียนนี่ค่อนข้างน้อยมาก

1.3 การเป็นอยู่

ปัญหาหลักของการอยู่ในยุโรปคือเรามักจะพูดภาษาท้องถิ่นไม่ได้ แต่ถ้าเลือกอยู่ใน เนเธอร์แลนด์ หรือแสกนดิเนเวียน แทบทุกคนจะพูดภาษาอังกฤษได้หมด อยู่สบายมากครับ ส่วนตัวผมรู้สึกว่าฟังรู้เรื่องกว่าในอเมริกาด้วยซ้ำ เพราะเป็นภาษาที่สอง เลยพูดกันไม่เร็ว แล้วก็ไม่ได้ใช้แสลงมาก

แต่ถ้าเลือกฝรั่งเศส หรือเยอรมัน อันนี้จะลำบากหน่อย คนพูดอังกฤษได้น้อยมาก

เรื่องการเป็นอยู่ อเมริกามีความสะดวกในการซื้อของและช็อบปิ้งมากกว่า Amazon ทำให้ชีวิตสะดวกสบายมาก แม้ยุโรปจะมีอีคอมเมอร์ซผุดขึ้นมาเยอะมาก แต่สิ่งของที่ขายก็ยังไม่เยอะและครอบคลุมได้เ่ท่า Amazon อเมริกา

ข้อด้อยของอเมริกาคือระบบขนส่งสาธารณะน้อยกว่ายุโรปตะวันตกมาก รถไฟมีเที่ยวน้อย ด้วยความที่ประเทศมีพื้นที่มากด้วย บางที่ ถ้าไม่มีรถนี่เข้าถึงไม่ได้

ส่วนด้านความสะอาดและความน่าอยู่ของบ้านเมือง ผมชอบยุโรปมากกว่า หลายๆเมืองดูเก่าและมีเสน่ห์

1.3 Work-life balance

นี่เป็นจุดที่ผมชอบที่สุดในยุโรปครับ ที่นี่ทำงานแปดชั่วโมงก็คือแปดชั่วโมงจริงๆ ผมไม่เคยเจอหัวหน้าที่สั่งให้ลูกน้องอยู่ต่อ แล้วลูกน้องงานไม่เสร็จก็ไม่อยู่ต่อด้วย กลับบ้าน น้อยครั้งมากที่จะเจอบริษัทที่กดขี่ใช้ให้คุ้ม ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทอเมริกัน

ระบบ Union ที่ยุโรปแข็งแรงมาก การจะไล่พนักงานออกไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องแจ้งล่วงหน้าว่าทำงานไม่มีประสิทธิภาพแล้วให้โอกาสปรับปรุงก่อน ถึงจะไล่ออกได้ แถมไล่ออกต้องจ่ายเงินให้เยอะพอสมควรด้วย

ที่เจ๋งมากๆคือบางประเทศ(เนเธอร์แลนด์) สามารถทำงานไม่ต้องครบห้าวันกันได้จนแทบเป็นเรื่องปกติ  ใครที่มีลูก หรืออยากใช้เวลาทำอย่างอื่น ก็สามารถทำงานแค่ 3-4 วันได้  จริงๆแล้วที่อเมริกาก็ทำได้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่เรื่องปกติเหมือนที่นี่ อย่างที่ทำงานผม 50% ก็ทำงานกันแค่สี่วันต่อสัปดาห์

ส่วนเรื่องวันหยุด อเมริกาให้หยุดได้ประมาณ 10-15 วัน แต่ที่ยุโรปนี่ส่วนใหญ่ 25+  ใครที่ต้องกลับไปเที่ยวไทยบ่อยๆ หรืออยากท่องเที่ยว อยู่นี่จะมีความสุขมาก

1.4 การท่องเที่ยว

อันนี้แล้วแต่คนชอบ ส่วนตัวผมว่ายุโรปดีกว่ามาก เนื่องจากมีเชงเก้น ทำให้ไม่ต้องขอวีซ่าเพิ่มเวลาไปประเทศอื่นๆในยุโรป (ยกเว้น UK)

สถานที่ท่องเที่ยวเยอะจนไปไม่หมด อยากดูออโรร่า ขี่เลื่อนฮัสกี้ก็ขึ้นไปฟินแลนด์  อยากดูธรรมชาติสวยๆก็ไปสวิสหรือออสเตรีย สถาปัตยกรรมเก่าๆก็มีเยอะมากกว่าประเทศที่พึ่งเกิดทีหลังอย่างอเมริกา

2. ช่องทางในการหางานที่ยุโรป

ส่วนใหญ่ในยุโรปจะหาคนในประเทศก่อน หากไม่ได้แล้วก็จะออกไปหาประเทศอื่นใน EU (สหภาพยุโรป) เลยไปถึงทางตะวันออกกลาง  ก่อนที่จะเป็นประเทศนอกทวีปครับ  Priority ในการหาคนก็จะเป็นไปตามลำดับ

ถ้าเป็นงานด้านอื่น ผมบอกเลยว่ายาก แต่สำหรับงานด้าน Software Engineer ซึ่งกำลังขาดแคลนกันอยู่ ยังมีโอกาสการจ้างงานอยู่ เพราะคนที่ทำ อย่างที่ทำงานผมนี่ 80% เป็นชาวต่างชาติ

2.1 หาจากประเทศไทย

เนื่องจากการจ้างงานคนนอก EU มีขั้นตอนพอสมควร กรณีนี้โปรไฟล์ต้องดีมาก เช่น มี contribution ใน opensource ดังๆ  มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง สกิลปึ้ก ภาษาได้  กรณีฝรั่งเศสหรือเยอรมัน ส่วนใหญ่ต้องพูดภาษาของเค้าได้ด้วยหลักๆคือ คุณต้องเก่งในระดับที่เค้าหาคนในประเทศไม่ได้ (หรือแพงเกินไป) หาคนในประเทศ EU ไม่ได้ เค้าถึงจะต้องจ้างคุณ แม้จะไม่เสมอไป แต่ก็ต้องเก่งในระดับนึง

กรณีนี้ ผมแนะนำว่าให้เล็งไปที่บริษัทใหญ่ๆ เพราะมีเงินพอจ่ายให้บินมาสัมภาษณ์ และมีแผนก HR ไว้จัดการเรื่องการจ้างงานจากต่างประเทศโดยเฉพาะ

การสมัครงาน ถ้าสมัครผ่านอินเตอร์เน็ตตรงๆจะยาก เพราะจะโดน HR สกรีนออกไปก่อน แนะนำให้หาทางติดต่อ Hiring manager ให้ได้โดยตรง

ถ้ามีคนรู้จัก refer ให้จะดีมาก  ถ้าไม่มีคนรู้จักทำงานต่างประเทศ ลองหาเพื่อนของเพื่อน หรือหาผ่านทาง Opensource โปรเจ็ค, LinkedIn หรือ ตาม International Conference ต่างๆ

หรืออีกทางนึง คือผ่านทาง recruiter ตาม LinkedIn

2.2 เรียนจบที่นี่ หรือเคยฝึกงาน

อันนี้แตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ บางประเทศมีนโยบายในการดึงดูดแรงงานฝีมือต่างชาติมาทำงาน อย่างเนเธอร์แลนด์ หลังเรียนจบจะสามารถขอวีซ่าพิเศษไว้หางานได้หนึ่งปี โดยระหว่างนั้นสามารถรับจ๊อบทำงานตามร้านอาหารไปได้แต่บางประเทศก็ยากมาก เช่นประเทศอังกฤษ ใครมาเรียนที่นี่ ถ้ากะทำงาน มาถึงปุ๊บต้องร่อนใบสมัครเลย รอจนเทอมสุดท้ายนี่ไม่ทันแน่นอน

การมาเรียนที่นี่ ข้อได้เปรียบจริงๆคือได้ connection ผ่านทางอาจารย์ หน่วยงานจัดหางานในมหาวิทยาลัย ศิษย์เก่า หรือคนรู้จัก

ยิ่งถ้ามีโอกาสได้ Internship จะมีโอกาสสูงมาก แต่ก็ต้องดูให้ดี เพราะบางบริษัทรับ Intern ไปแค่ให้ทำงานเล็กๆน้อยๆ โดยไม่ได้มีแผนว่าจะจ้างงานหลังเรียนจบ

ถ้าใครคิดจะมาเรียนโทอยู่แล้ว ทางเลือกนี้น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ผมแนะนำให้ลองกูเกิ้ลทุน Erasmus Mundus ดู  ทุนนี้เป็นทุนเต็มจำนวน มีค่าใช้จ่ายสำหรับใช้ชีวิตได้สบายๆ และไม่มีข้อผูกมัดหลังเรียนจบ

 

 

  1. Leave a comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: