จากประสบการณ์ : การสมัครงานสำหรับเด็กไอทีจบใหม่

ไม่ค่อยอยากเขียนบล็อคภาษาไทยเท่าไร แต่อดใจไม่ไหว
บล็อคนี้เขียนล้อกับบล็อคอรุชครับ http://www.aruj.org/drupal/?q=node/192

ในช่วงเศรษฐกิจขาลงแบบนี้ ผมเชื่อว่าเด็กจบใหม่หลายๆคนคงมีปัญหาในการสมัครงานไม่มากก็น้อย ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่กังวลเกี่ยวกับเรื่องการหางานมาก ตอนกลางเทอมสุดท้าย จึงกระทำการ”ร่อนใบสมัคร” ไว้ประมาณเกือบ 20 ที่

ความวิบัติบังเกิด เมื่อถึงฤดูการเรียกสัมภาษณ์ ผมโดนเรียกไปสอบข้อเขียน + สัมภาษณ์กว่า 10 ที่ – -” จะไม่ไปก็กลัวตกงาน ก็เลยไปซะหมด เรียกได้ว่าแทบไม่เป็นอันเรียนหรือทำโปรเจคกันเลยทีเดียว

ข้อดีอย่างหนึ่งของการผ่านการสัมภาษณ์มามาก ทำให้ผมคุ้นเคยกับการตอบคำถาม และลดปัญหาในเรื่องความตื่นเต้นได้มาก แต่ข้อเสียก็คือ… เหนื่อยครับ เหนื่อยจนหาเรือไม่เจอ ยิ่งบางที่ ไม่สัมภาษณ์ธรรมดา ดันเอาปัญหาพวก brain teaser มาให้ทำ หรือให้นั่งเขียนอัลกอริทึ่มสดๆ กลับบ้านมานี่เพลียสุดขีด

สุดท้าย ผมได้งานสมใจครับ ถือว่าโชคดีเลยทีเดียวที่ได้งานที่น่าสนใจและอยากทำพอดี

ไหนๆก็ผ่านมาแล้ว ผมเลยอยากจะสรุปข้อควรทราบที่ได้จากประสบการณ์การร่อนใบสมัคร และสอบข้อเขียน+สัมภาษณ์มาหลายที่ เผื่อให้น้องรุ่นหลัง(หรือคนที่กำลังหางานอยู่) ลองพิจารณาดูครับ บางข้ออาจจะมีคนไม่เห็นด้วย ก็คงแล้วแต่ทัศนคติของแต่ละคน ผมจะขอสรุปจากประสบการณ์ของผมนะครับ

1. เกรดมีผลต่อการเรียกสัมภาษณ์งานมากกว่ากิจกรรม แต่หลังจากผ่านเข้าสัมภาษณ์แล้ว การขายตัวเองด้วยกิจกรรมดูดีกว่าเกรดเยอะ ถ้าคุณเป็นเด็กกิจกรรมที่เกรดเน่า… เขียน resume และเลือกที่สมัครอย่างพิถีพิถันหน่อยครับ เพราะคุณมักจะไม่ได้ผ่านด่านแรกเข้าไปแสดงความสามารถเสียมาก

2. สถาบันมีผลต่อการเรียกสัมภาษณ์ สาเหตุมาจากความเชื่อว่า สถาบันที่มีชื่อเสียง ผู้ที่จบมาจะมีแต้มต่อในเรื่องภาษาที่สอง ความรับผิดชอบ และความสามารถในการเรียนรู้ (อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้วทุกอย่างขึ้นกับตัวบุคคลมากกว่า)

3. คนที่แสกนอ่าน Resume คือ HR ส่วนคนสัมภาษณ์มักจะไม่ค่อยได้อ่าน resume ให้ละเอียดมาก่อนสัมภาษณ์ ผมสังเกตเอกสารหลาายที่แล้ว ส่วนใหญ่จะมีแต่ใบสมัครที่เรากรอกไป แต่ไม่มี resume

4. ควรปรับลักษณะของ Resume ให้ตรงกับตำแหน่งงาน/บริษัทที่จะส่งไป อย่าส่งใบเดียวไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเขียน Career Objective ใน Resume จะเป็นการมัดตัวเอง ถ้าเขียนตรงใจผู้อ่าน อาจทำให้รุ่งได้ แต่ถ้าเขียนไม่ตรง อาจทำให้ดับได้

5. คำถามยอดนิยม: ซีเนียร์โปรเจคคุณทำอะไร ถ้ามันเทพมาก ก็พยายามอธิบายให้เป็นภาษามนุษย์หน่อยครับ เพราะผู้สัมภาษณ์บางคน เป็นระดับผู้จัดการ ที่ไม่ได้จบมาทางไอทีโดยตรง หรือไม่ได้ติดตามเทคโนโลยีในปัจจุบันอยู่

6. คุณไม่จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลบริษัทไปละเอียดมาก เท่าที่ผมไปสัมภาษณ์ มีแค่ราวๆ 1 ใน 10 ที่จะถามตรงๆว่ารู้จักบริษัทดีแค่ไหน (แต่อย่างน้อยก็ควรรู้ว่าบริษัทของเขาทำมาหากินอะไร) ถ้าจะเตรียมตัวให้ดี เน้นเตรียมตัวในการตอบคำถาม และเตรียมคำถามไปถามผู้สัมภาษณ์ดีกว่า

7. บริษัทใหญ่ๆสน soft skill มากกว่า technician skill เพราะมันฝึกได้ยากกว่า

8. ศึกษาเกณฑ์ให้ดี บางคำถามอาจไม่มีคำตอบตายตัว แต่ทุกคำถามมีเกณฑ์ที่ใช้วัดตายตัว

9. อย่าเล่าทุกอย่างที่คุณทำมา… ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้อยากฟังอัตชีวประวัติของคุณ เล่าอะไรที่ทำให้เค้าอยากจ้างเรา

10. อย่าเข้าใจผิดว่าคนฝีมือดีที่สุดที่ได้รับการคัดเลือกในการสัมภาษณ์ คนที่โน้มน้าวใจผู้สัมภาษณ์ได้มากที่สุดต่างหาก คนเก่งๆที่หางานลำบากมีมากมาย

11. อย่าเชื่อข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่พูดเกี่ยวกับบริษัทต่างๆไปเสียหมด โดยเฉพาะพวกที่เขียนโดยใช้อารมณ์มากกว่าหลักการหรือเหตุผล (บล็อคนี้เป็นต้น)

12. Certificate มีผลอย่างมากต่อบางบริษัท เพราะเขาใช้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรได้ เวลาส่งโปรไฟล์บริษัทหรือทีมไปให้ลูกค้าดู… แต่ในขณะเดียวกัน หลายๆบริษัทก็ไม่สนเรื่องเซอร์เลย เพราะมันท่องเทสต์คิงไปได้

13. การชนะรางวัลต่างๆ มีผลค่อนข้างน้อยกว่าที่คุณคิด ถ้าคิดว่าได้รางวัล NSC แล้วจะหางานได้ง่าย คุณคิดผิด ผมขอยืนยัน

14. เขาถามคุณเป็นภาษาอังกฤษแน่ เตรียมๆไปเถอะ

15. กรอบใบสมัครให้ครบ และกรอกเงินเดือนให้เหมาะสม เผื่อต่อรองเล้กน้อย พึงสังวรณ์ไว้เสมอ ว่าฐานเงินเดือนของบริษัทไทยกับบริษัทนอกไม่เท่ากัน การกรอกเงินเดือนมากไปอาจทำให้คุณไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์เลย

16. โดยปกติ เด็กจบใหม่ไม่ควรต่อเงินเดือนหากมี Fix-rate มาให้ เว้นแต่กรณีบริษัทเล็กๆ และหากเงินเดือนไม่ fix-rate … ขอเตือนว่าอย่าบอกใครเด็ดขาด โดยเฉพาะรุ่นพี่ที่ทำงาน หรือเพื่อนที่ไปทำงานที่เดียวกัน

17. ใบสมัครที่ร่อนใน Job Fair มีเรียกตัวจริงไม่ถึง 2 ใน 10 … บางครั้ง บริษัทมาตั้งบู้ทที่จ๊อบแฟร์เพื่อรับใบสมัครก็จริง แต่ไม่ได้มีตำแหน่งว่าง บริษัทที่มารีครุตตามคณะมีภาษีมากกว่าเยอะ

, , , , ,

  1. #1 by scalopus on March 1, 2009 - 9:08 pm

    บางที การที่บริษัทมาพวกงาน Jobs Fair เขาหวังผลหลายเรื่องครับ
    ได้รู้ฐานเงินเดือน ของคนที่มีประสบการณ์ต่างๆ แล้วมาประมาณบริษัทตัวเอง ว่าอยู่ในสภาพที่แข่งขันได้หรือเปล่า โดยเฉพาะพวกบริษัทที่เปิดรับทุกตำแหน่ง การทำวิจัยมันเสียเงิน วิธีง่ายๆก็คือ ไปเปิดบูตรับสมัครงานนั่นเอง คนส่วนใหญ่ก็ร่อนใบสมัคร มาให้พิจารณาได้เองเลย แทบจะไม่ต้องไปหาข้อมูลจากไหน

    ที่มาที่คณะนั่น เขาต้องการเด็กจบใหม่ แย่งกัน เหตุผลหลัก

    เรื่องเงินเดือนนี่เป็นประเด็นสำคัญของคนทำงาน ห้ามบอกตลอดกาล แต่มันเป็นประเด็นที่อยากรู้ตลอดกาลเช่นกัน

    จากประสบการณ์คือ ถ้าบริษัทที่เขาคัดกรองคนเก่งๆไปทำงานได้มากๆ เช่นบริษัทต่างประเทศ เขาจะไม่สนใจ Technical Skills มากนัก (ตอนเข้าไปเรียกได้ว่า เหมือนเริ่มใหม่ในบางที และมีแต่เทพ) แต่ประเด็นคือ เทพแล้วทำงานร่วมกับคนอื่นได้แค่ไหน หรือมีวุฒิภาวะการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เพื่อให้บริษัทอยู่รอดได้แค่ไหน ซึ่งบางที ก็จะเจอคำถามประมาณที่จะต้องเลือก ระหว่างมีดแทงเพื่อนกับงาน….

    ว่าแต่ เราได้งานที่ไหนหนะ… ^^

  2. #2 by กร on March 2, 2009 - 6:47 am

    บล็อกนี้เจ๋งมาก

  3. #3 by dark on March 2, 2009 - 2:57 pm

    สุโก่ย!!

  4. #4 by ijemmy on March 2, 2009 - 4:28 pm

    @scalopus ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมครับ อืม นึกไม่ถึงจริงๆ วิธีนี้ใช้หาฐานเงินเดือนได้ดีเลยนะเนี่ย
    ได้งานที่บริษัท xx ที่รับแต่เด็กชูล่าครับ =) (ถ้าไม่เข้าใจ ดูลิ้งก์นี้ครับ https://ijemmy.wordpress.com/2009/02/08/%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2/)

    @กร ยังติดตังค์นายอยู่ร้อยนึงแน่ะ จะเจอกันอีกเมื่อไรเนี่ยยยยย

    @dark ไม่เท่าเด็กทุนมงฯหรอก

  5. #5 by Aruj on March 2, 2009 - 5:16 pm

    Cer นี่ไม่ช่วยอะไรเลย 555 เพราะมันเปน ITPE -*-

  6. #6 by TAP on March 3, 2009 - 9:51 am

    โอ้เรื่อง job fair ของ scalopus เจ๋งมาก

  7. #7 by Ao on June 22, 2009 - 2:10 pm

    เขียนได้น่าสนใจมากครับ ขอบคุณที่ช่วยแบ่งปัน

    แต่ผมก็คงยังตกงานอยู่ดี เนื่องจาก ผมไม่เก่งพอ

    มันจะมีไหมครับบริษัทที่จะให้โอกาส เอาเ้ข้าไป เทรน นะครับ ซึ่งผมเชื่อว่าผมต้องทำได้อย่างแน่นอน

    ขอแค่มีโอกาส //แต่โอกาสมีไว้สำหรับคนพร้อมเท่านั้น -*-

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: