การบ้าน Role Model (Creativity Blog#14)

การบ้านนี้ให้เลือกบุคคล(ไม่ว่าจะมีอยู่จริง หรือเป็นตัวละครก็ตาม) มา 3 คน เพื่อสร้างทีมที่ปรึกษาในฝันของเรา โดยที่ปรึกษาแต่ละคนจะรับปรึกษาในด้านต่างๆกัน

ขออนุญาติชี้ url ไปที่ภาพแทนการดึงภาพเค้ามาใส่ในบล็อคนะครับ ต้องเคารพลิขสิทธ์ของเจ้าของเวปที่มีภาพอยู่

Role Model ด้านวิสัยทัศน์ : ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B8%93_%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%B2

หลายๆคนคงเคยพอทราบชื่อของท่านดร. อาจอง ในฐานะผู้คิดค้นวิธีลงจอดยานที่ดาวอังคาร ผมเองพอได้อ่านประวัติท่านมาบ้างจากหนังสืออัจฉริยะบนเส้นทางสีขาว แต่สำหรับผมแล้ว สิ่งที่ดูยิ่งใหญ่ที่สุดของดร. อาจอง ไม่ใช่การคิดค้น แต่เป็นวิสัยทัศน์ในการก่อตั้งโรงเรียน สัตยาไส

ผมเชื่อว่ารากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาสังคมมนุษย์คือการเรียนรู้ (Learning) การเรียนรู้ในที่นี้เป็นคนละคำกับการศึกษา(Studying) โรงเรียนส่วนใหญ่ที่ถูกตั้งขึ้นมา มีไว้เพื่อ บังคับ นักเรียนให้นักเรียนศึกษา (จึงใช้คำว่า การศึกษาภาคบังคับ ) ซึ่งผมมีความเห็นว่าเป็นแนวคิดที่ไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไรนัก

โรงเรียนที่ดีควรมีไว้เพื่อส่งเสริมให้เด็กรู้จักเรียนรู้ ทั้งด้านความรู้ทางโลก และจริยธรรม ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมองว่า สิ่งที่ยิ่งใหญ่ของดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ไม่ใช่เพราะความสำเร็จในด้านการคิดค้น แต่เป็นความสำเร็จในด้านวิสัยทัศน์ที่เลือกจะสร้างโรงเรียนที่จะสร้างให้มีคนทำประโยชน์ให้กับสังคมยิ่งๆสืบไป

Role Model ด้านความแข็งแกร่งของจิตใจ : มังกี้ ดี ลูฟี่

ลูฟี่เป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่องวันพีซ เป็นผู้มีความฝันที่จะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด(ที่ดี) ซึ่งในเรื่อง ลูฟี่จำเป็นต้องผ่านอุปสรรคมากมาย เพื่อไล่ตามความฝัน

สิ่งที่น่าสนใจมากคือ ลูฟี่มีความแข็งแกร่งทางจิตใจมาก แม้จะเจออุปสรรคและศัตรูที่เหนือกว่า แต่เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะแพ้ ไม่กลัวที่จะเผชิญหน้าต่ออุปสรรค ลูฟี่จะเดินหน้าเข้าชนกับปัญหา และแก้ไขมันด้วยวิถีทางของตัวเองอย่างมั่นคง เมื่อประสบกับความล้มเหลว ลูฟี่ก็จะคิดหาวิธีใหม่ๆแก้ไขปัญหาอย่างเสมอโดยไม่ย่อท้อ ด้วยเหตุนี้ ผมจึงยกให้ลูฟี่เป็นที่ปรึกษาด้านความแข็งแกร่งของจิตใจ

Role Model ด้านการรักษาจุดยืน: Larry Page and Sergey Brin

http://www.mythmongery.com/index.php/2006/05/21/10_thinkgsd_you_may_not_know_about_googl

โปรแกรมเมอร์หลายคนทั่วโลก มีความฝันที่จะได้เป็นเหมือนสองผู้ก่อตั้งแห่งกูเกิ้ล คือ 1. ให้แอพพลิเคชั่นที่ตนสร้างขึ้นถูกใช้ทั่วโลก 2. แอพพลิเคชั่นนั้นสร้างเงินได้อย่างมหาศาล (และ 3. ขยี้ไมโครซอฟท์ให้กระจุย)

จากการได้อ่านหนังสือเรื่อง The Google Story ซึ่งเล่าเกี่ยวกับความเป็นมาของบริษัทกูเกิ้ล และสองผู้ก่อตั้ง ตั้งแต่การพบกันที่สแตนฟอร์ด การเข้าตลาดหุ้นแบบพิลึกพิลั่น ไปจนถึงจุดสูงสุดของบริษัท สิ่งที่น่าสนใจในตัวของสองคนนี้คือจุดยืนที่เข้มแข็ง และไม่โอนอ่อนให้กับสภาพภายนอก

ซึ่งผมคิดว่า นี่คือสิ่งที่ทำให้กูเกิ้ลประสบความสำเร็จถึงระดับนี้ได้

สิ่งที่ผมประทับใจมากจากหนังสือคือ ทั้งสองคนพยายามประวิงเวลาในการเข้าตลาดหุ้น หรือสร้างเงื่อนไขในการระดมทุนที่หาสปอนเซอร์ได้ยาก เพราะต้องการให้อำนาจบริหารยังคงอยู่ในมือ เพื่อให้จุดยืนของบริษัทที่เขาสร้างมายังคงมั่นคงอยู่

คนทั่วไปเมื่อสร้างธุรกิจ สิ่งที่คิดอันดับแรกคือกำไร แต่ดูเพจกับบรินแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับจุดยืนของบริษัท มากกว่าตัวเลขในบัญชี และมันก็สำเร็จจริงๆเสียด้วย

  1. Leave a comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: