Creative Blog#5 : หนังสือปลุกใจ

สืบเนื่องจากบล็อคทื่แล้วที่เล่าถึงการไปเลือกหนังสือให้เป็นของขวัญพี่รหัส

เป็นการเดินดูหนังสือครั้งที่นานมากเลยทีเดียวครับ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด ดูกันเกือบสองช.ม. เมื่อขามาก แต่ก็สนุกจริงๆ

โดยปกติแล้ว อรุชจะชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจ/การจัดการ พอเวลาเดินเข้าหมวดนี้ ผมจะไม่ค่อยสนใจมาก แค่มองผ่านๆ ในขณะที่อรุชจะเป็นคนพลิกดู แล้วก็วิจารณ์

เป็นที่น่าสังเกตว่า มีหนังสือภาษาไทยเกี่ยวกับพวกจัดการจัดการชีวิต จัดการคน ใช้คน จูงใจคน คิดแบบxxx คิดใหญ่มากๆ พัฒนาตนเอง คุณทำได้ทุกอย่าง รวยเร็ว การตลาดแบบyyy เพิ่มพลังสมองให้เป็นอัจฉริยะ โผล่ออกมาจำนวนมาก

และนอกจากมากผิดปกติแล้ว มันยังวางซ้ำกันหลายบริเวณมากในร้าน บางเล่มวางอยู่ถึงสามที่

การที่มันวางซ้ำกันหลายบริเวณในร้าน อาจเป็นเพราะมันสามารถจัดอยู่ได้ในหลายประเภท/หลายหมวดหมู่ หรือเป็นเพราะหนังสือพวกนี้มีโอกาสขายออกได้ดี ไม่ว่ามันวางอยู่ในตำแหน่งไหน

แต่ที่น่าเสียใจคือ หนังสือเกินครึ่งของประเภทนี้ เป็นหนังสือแปล ซึ่งหมายความว่า มีคนไทยที่มีความสามารถจะเขียน (และลงมือเขียน) หนังสือประเภทนี้อยู่น้อยมาก

อรุชให้ข้อสังเกตว่า เมื่อใดก็ตามที่หนังสือพวกนี้เป็นภาษาอังกฤษจะดูน่าอ่านและน่าเชื่อถือกว่า เมื่อเทียบกับหนังสือภาษาไทย (และในกลุ่มหนังสือที่เป็นภาษาไทยเอง ผมคิดในใจเองว่า หนังสือที่แปลมา ก็จะดูน่าอ่านและน่าเชื่อถือกว่าคนไทยเขียนเอง) และหน้าปกที่สวยงาม ก็จะทำให้เนื้อหาข้างในดูน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก

โดยอรุชให้คำจำกัดความใหม่กับหนังสือบางประเภท ที่ในหนังสือไม่มีเนื้อหาอะไรมาก แต่แค่อ่านให้จบก็จะรู้สึกว่าตนเองมีเก่งฉกาจและมีวิสัยทัศน์สุดยอด ว่า “หนังสือปลุกใจ” (ส่วนจะรู้สึกไปเองหรือเปล่านั้น อันนี้ผู้อ่านบล็อคต้องทดลองอ่านกันเอาเอง) ผมค่อนข้างจะชอบคำๆนี้มาก จึงจะขอยืมมาใช้ในโพสต์นี้

ผมเองเป็นคนหนึ่งที่อ่านหนังสือปลุกใจประเภทนี้บ้างในบางโอกาส แต่ไม่ได้ชอบนัก เพราะรู้สึกว่าราคามันมักจะแพง เมื่อเทียบกับเนื้อหาจริงๆของมัน อีกทั้งหนังสือส่วนใหญ่ก็แปลมาจากภาษาอังกฤษ และอ่านแล้วก็รู้สึกเหมือนกับว่า คนแปลแค่แปลให้เสร็จ ทิ้งให้คนอ่าน ต้องแปลกลับเป็นภาษาอังกฤษอีกรอบแล้วทำความเข้าใจเอง

ส่วนหนังสือที่เป็นภาษาอังกฤษเลย ก็มีราคาแพงมากจริงๆ ซื้อแล้วหดหู่

————————

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนังสือปลุกใจดูจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สาเหตุน่าจะมาจากค่านิยมคนไทย ที่อยากเป็นเจ้าคนนายคน ทำงานน้อยๆ ชี้นิ้วสั่งสบายๆ

ในวงการซอฟท์แวร์เอง เป็นที่ชัดเจนว่า บริษัทน้อยมาก ที่จะให้ความสำคัญ(และให้เงินเดือนดีๆ) กับพนักงานที่เอาดีทางด้านสายเทคนิคเต็มตัว โดยไม่ทำงานด้านบริหาร

ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวเหมือนกัน เพราะหากบัณฑิตจบใหม่ทุกคนที่มีความสามารถ วางแผนว่าจะเป็นเจ้านายให้เร็วที่สุดกันหมด อีกไม่นาน เราจะขาดคนที่ทำงานที่ความสามารถ

เหลือแต่คนที่ไม่สามารถก้าวขึ้นไปได้ ไว้ทำงาน

คนที่มีความสามารถจะถูกบีบให้เข้าสายบริหารโดยปริยาย ซึ่งบางที เขาอาจไม่ได้เก่งในด้านการบริหารและการจัดการเลย เป็นการสูญเสียทรัพยากรโดยใช่เหตุ

————————

ความจริงที่น่าตลกมีอยู่ว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะบริหารกันหมด โดยไม่มีคนให้บริหาร ยังไงชนชั้นปกครองก็มีตำแหน่งที่ว่างให้จำกัด

ทางออกที่เห็นได้ในบางบริษัทคือการเพิ่มชื่อตำแหน่งที่ดูดี เหมือนจะบริหาร แต่อันที่จริง เนื้องานก็ไม่ได้ไปทางการจัดการมากนัก

แต่หนังสือปลุกใจก็ยังขายดีจริงๆ

————————

  1. #1 by dark on July 12, 2008 - 6:25 pm

    เอ้อ จริง ทุกคนอยากเป็นคนชี้นิ้ว แต่ลืมคิดไปว่าคนอื่นก็อยากชี้นิ้วเหมือนกันหมด แล้วใครจะทำ…

  2. #2 by พีเนียนปลุกใจ on July 13, 2008 - 10:14 am

    หนังสือปลุกใจดีๆ มีให้อ่านฟรีหลายที่
    เช่นที่นี่ http://dungtrin.com/

  3. #3 by ijemmy on July 13, 2008 - 5:33 pm

    ขอบคุณมากครับ พีเนียนปลุกใจ

  4. #4 by soysejin on July 14, 2008 - 3:57 pm

    พูดถึงหนังสือปลุกใจ เรานึกถึงหนังสือธรรมะก่อนเรยอ่ะ
    >_________<

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: