Creativity Blog#3.1: ผิดประเด็น

เนื่องจากโพสต์ที่แล้ว ดูจะไม่สมศักดิ์ศรีกับ Creativity Blog ไปนิด หลังจากโพสต์เสร็จจึงคิดว่าจะมาเขียนอะไรที่เป็นประโยชน์เสียหน่อยครับ

ศุกร์-เสาร์อาทิตยBที่ผ่านมา (4-5 ก.ค.) นักเรียนในชั้นเรียนความคิดสร้างสรรค์ส่วนใหญ่จะไปที่งาน Thailand Open Memory Championships and Mind Map Festival 2008 ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมาครับ จริงๆสนใจมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ดูตารางไปมา กลายเป็นว่างานนี้ชนกับการเสนอผลงาน Samart Innovation Award 2008 ที่ลงแข่งไว้

ใครที่สนใจเนื้อหาของงาน ผมขอแนะนำให้ไปที่ลิ้งก์นี้ครับ อ.ธงชัยได้รวบรวมบล็อคที่เกี่ยวข้องไว้ เป็นซึ่งอ่านแล้วสนุกมาก ตรงที่ทุกคนพูดถึงเนื้อหาในการบรรยาย แต่ในต่างแง่มุมกัน

กลับมาที่เรื่อง งาน Samart Innovation Award 2008 เป็นการแข่งขันประกวดโปรแกรมบนมือถือ แบ่งการประกวดเป็นสามรอบหลักๆ คือรอบแรกจะเป็นการเสนอ proposal รอบที่สองเป็นการพัฒนาและนำเสนอผลงานที่ใช้ได้จริง และรอบที่สาม เป็นการนำเสนอผลงานที่ผ่านการปรับปรุง ทีไ่ด้จากคำแนะนำในรอบที่สอง

เพื่อไม่ให้ทุกท่านง่วง ผมก็จะขอคั่นรายการด้วยเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งจากอรุช

——————————————–

อรุชเล่าว่า มีน้องกรุ๊ปอยู่คนหนึ่ง อยากได้เกียร์กรุ๊ปมาก (ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นโลหะ นำมาตัดเป็นรูปเกียร์ และใส่สัญลักษณ์ของกรุ๊ป) แต่เกียร์กรุ๊ปนั้นจะได้ต่อเมื่อคนๆนั้นไปทริปกรุ๊ป

น้องคนนี้อยู่ในกรุ๊ปบ่อยและเข้าร่วมกิจกรรมของกรุ๊ปมาตลอด แต่ด้วยความที่น้องคนนี้เป็นคนที่ทำกิจกรรมคณะ แถมยังเป็นหัวหน้าที่ต้องมีความรับผิดชอบซะด้วย ช่วงที่มีทริปกรุ๊ป น้องคนนี้จึงติดงาน ไม่สามารถไปทริปกรุ๊ปได้

ผลสุดท้าย น้องคนนี้จึงอดได้เกียร์กรุ๊ปเพราะไม่ได้ไปทริป เมื่อไปขอกับรุ่นพี่ กลับถูกปฏิเสธอย่าเย็นชาด้วยสาเหตุที่ว่าไม่ได้ไปทริป

——————————————–

วันที่ 4 …ก่อนวันเสนอผลงาน 1 วัน

เนื่องจากผมต้องเสนอในรอบเช้า ตลอดวันที่ 4 จึงคิดจะใช้เวลาในการแก้บั้กโปรแกรม และเตรียมตัวนำเสนอผลงาน

เวลาผ่านไปถึงตอนบ่าย ยังมีบั้กหลักที่ผมแก้ไม่ได้อยู่ตัวหนึ่ง ซึี่งผมไม่รู้ว่าจะใช้เวลาอีกนานเท่าไรถึงจะหาวิธีแก้เจอ ซึ่งอาจทำให้ไม่้มีเวลาในการเตรียมพร้อมการนำเสนอ

หลังจากตั้งสติอยู่พักนึง จึงตัดสินใจที่จะยอมมีบั๊กแย่ๆหนึ่งตัว แล้วไปเน้นที่การซ้อมนำเสนอกับอรุชแทน

——————————————–

ก่อนเสนอผลงาน

พวกผมเดินไปหน้าห้อง หลังจากซักซ้อมการนำเสนอผลงานที่เตรียมมาเมื่อก่อนหน้านั้น พอดีได้เจอ น้องที่ลงประกวดด้วยกันในทีมก่อนหน้าที่พึ่งนำเสนอเสร็จ เมื่อถามว่าเป็นยังไงบ้าง เขาตอบว่าทุกอย่างก็ดี แต่นำเสนอแผนทางการตลาดไม่ได้ ว่าจะใช้โปรแกรมดังกล่าวหาเงินอย่างไร

——————————————–

หลังการนำเสนอผลงาน

ทุกอย่างจบลงด้วยดี ผมได้รับคำติเรื่องโปรแกรมที่ยังทำเสร็จไม่สมบูรณ์ และคำแนะนำในการปรุบปรุงโปรแกรม แต่ไม่มีการติเกี่ยวกับเรื่องบั๊กที่ผมตัดสินใจไม่แก้ไข เพราะมันไม่โผล่ขึ้นมาระหว่างการนำเสนอ

ส่วนคำชม คือเตรียมการนำเสนอได้ดี มีความลื่นไหล

——————————————–

ปัจจุบัน

ผมเองยังไม่ทราบผลว่าจะได้ผ่านรอบสองหรือไม่ แต่ผมกล้าบอกได้ว่านี่เป็นการนำเสนอครั้งที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียว และภูมิใจในผลที่ออกมา ส่วนอรุชใช้คำว่า “Presentation ที่สนุกกับการทำมากที่สุด” (http://www.aruj.org/drupal/?q=node/67)

——————————————–

แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องคั่นรายการยังไง?

ย้อนกลับไปที่หนึ่งวันก่อนการนำเสนอ จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าผมเลือกใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดแก้บั็้๊ก แทนฝึกการนำเสนอครับ?

ความจริงมีอยู่ว่า

  • เราใช้เวลามากกว่า 50 ช.ม. ในการพัฒนา แต่ใช้เวลานำเสนอแค่ 10 นาที เพื่อใช้ในการตัดสิน
  • คนๆหนึ่งใช้เวลากว่า 3-4 เดือน ในการเรียนเทอมหนึ่งๆ แต่ตัดสินในการสอบ ที่รวมเวลาแค่ไม่กี่วัน
  • คนบางคนเรียนมา 10 กว่าปี เพื่อหวังจะได้งานดีๆ แต่ใช้เวลาไม่เกินครึ่งช.ม. ในการให้ใครที่ไม่รู้จักเราเลย มา ตัดสินใจว่าเราจะได้งานนี้หรือไม่?
  • น้องคนนั้นเราใช้เวลานานมากให้กับกรุ๊ป แต่ไม่ได้ไปทริปกรุ๊ป จึงไม่ได้เกียร์กรุ๊ปที่เขาต้องการนักหนา
  • เราจะใช้เวลาทำจุฬานิทัศน์ 1-6 เดือน แต่ทุกอย่าง จบในไม่เกิน 5 วัน
  • คนเราใช้เวลาทั้งชีวิต พอตายไปแล้ว มีสักกี่คนที่ยังคิดถึง?

ความจริงมีอยู่ว่า ในหลายๆอย่างในชีวิต ถ้าทำผิดประเด็น หรือลืมเป้าหมายของงานไป เป้าหมายที่คุณตั้งไว้อาจเท่ากับสูญ…
แต่อย่างน้อยๆ เราก็ได้เรียนรู้วิธีที่จะผิดพลาดเพิ่มขึ้นอีก 1 วิธีแน่ะ…
ส่วนจะคุ้มหรือเปล่าค่อยว่ากัน

  1. #1 by พีเนียนเขียวปี๋ on July 8, 2008 - 3:07 pm

    ส่วนที่ยากอยู่ที่
    การหาประเด็น และเป้าหมายที่สำคัญที่สุด
    ว่าทำไปเพื่ออะไร ประโยชน์มันคืออะไร
    อะไรเป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุด

    บางครั้งเวลาอาจไม่ได้บ่งบอกถึงความคุ้มค่าหรือไม่
    มันขึ้นกับว่า คุณได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง
    และการเรียนรู้นั้นมีประโยชน์ขนาดไหน
    ถ้าการเรียนรู้นั้น ทำให้คุณมีความสุขกับชีวิตได้มากขึ้น
    รู้จักจัดการกับตัวเองได้ดีขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
    รู้จักเสียสละ ก็นับว่าคุ้มค่า

    แต่ถ้าทำให้ความอยากมากขึ้น ทำให้เกิดการชิงดัชิงเด่นมากขึ้น
    ทำให้คุณรู้สึกอยากจะได้ มากกว่าจะให้
    ก็เป็นเรื่องที่ทำให้คุณขาดทุน ตั้งแต่เริ่มคิดถึงได้เลยทีเดียว

  2. #2 by dark on July 8, 2008 - 3:53 pm

    จริง

    การทำงาน สิ่งสำคัญ(เกือบ)ที่สุดอยู่ที่การนำเสนอ

    (เรียนรู้จากความผิดพลาดจาก imaginecup T_T)

  3. #3 by Sittiphol on July 9, 2008 - 6:37 am

    Presentation อยากจะบอกว่าสำคัญมากกว่าผลงานเสียอีก

    แต่พี่รู้ว่ประเด็นของ Blog นี้ไม่ใช่เรื่องนั้น

    สำหรับเรื่องนี้พี่เตือนตัวเองเสมอว่า จงให้เกียรติกับการตัดสินใจของตัวเอง เมื่อตัดสินใจจะทำแล้วก็ห้ามเสียใจภายหลังว่า “รู้งี้ตอนนั้นชั้นน่าจะทำแบบนั้น” เพราะอดีตเปลี่ยนไม่ได้

  4. #4 by Aruj on July 9, 2008 - 6:29 pm

    นิทรรศ ไม่ใช่ นิทัศน์ นะนาย

  5. #5 by ijemmy on July 10, 2008 - 4:54 pm

    อ้าว ขออภัย พิมพ์ผิด😛

    ตอบ พีเนียนเขียวปี๋
    ผมเห็นด้วยนะ ความคุ้มค่ามันไม่ได้เห็นได้ชัดเจนขนาดนั้น
    ถ้าสิ่งที่คุณทำ ทำเพื่อพัฒนาตนเอง เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม และไม่ได้หวังผลอะไร
    แต่ผมคิดว่า ในงานบางงาน คุณไม่ได้ทำเพื่อพัฒนาคนเอง ไม่ได้ทำเพื่อสร้างประดยชน์ต่อสังคม และทำเพื่อหวังผลบางอย่าง

    ถ้าสุดท้าย สิ่งที่เราทำทั้งหมด มาค้นพบตอนหลังว่า สูญเปล่า เพียงเพราะเราหลงไปทำในสิ่งที่ไม่สำคัญ เป็นเพราะเรามองประเด็นสำคัญของงานผิดไป ผมว่า มันคงเศร้ามากทีเดียว

    ที่เขียนบล็อคนี้ ตั้งใจจะบอกคนที่กำลังทำอะไรบางอย่าง เพื่อเป้าหมายบางอย่าง ว่าให้ระวัง อย่าผิดประเด็น

  6. #6 by PoP JeDi on July 11, 2008 - 2:22 pm

    ชอบจังเจมมี่ เขียนได้ดีมากเลยหละ น่าสนใจครับ

    ขออนุญาตนำเสนอหัวข้อคล้ายกันนี้ในอีกมุมมอง
    บน blog ของผมครับ ^_^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: