หนุ่มขี้อาย

“ผมเป็นคนขี้อายครับ”

พอพูดประโยคนี้ทีไร ผมมักจะโดนคนรอบข้างตะโกนขึ้นมาทันทีว่าตอแหล เพราะบุคลิกหลายอย่างของผมไม่ค่อยเหมาะกับการเป็นคนขี้อายมากเท่าไร อย่างไรก็ตามผมขี้อายจริงๆนะเอ้อ

ด้วยความที่เป็นคนขี้อาย ตั้งแต่เด็ก ผมจึงไม่ค่อยกล้าออกไปพูดหน้าชั้น จนเกิดจุดวิกฤตในชีวิตขึ้นเมื่อตอนประมาณป.4  (แต่ถ้ามัวแต่เขียนบล็อค ไม่รีบอ่านหนังสือ จะเกิดจุดวิกฤตในการสอบวันอังคารนี้)   เนื่องด้วยอ.วิชาเกษตร ซึ่งหน้าดุและโหดมาก สั่งให้ไปทำรายงานกลุ่ม กลุ่มเกือบสิบคน แต่ไอ้สิบคนในกลุ่มที่เรียงตามเลขประจำตัวผมมันเฮงซวยมาก ไม่มีใครทำสักคนเดียว ผมเลยต้องทำเองหมด

หลังจากทำเสร็จ อาจารย์ก็ให้ออกไปพรีเซนต์หน้าห้อง ซึ่งคนที่ออกไป ก็ดันกลายเป็นคนที่ทำมาอีก

จำได้ว่าผมใช้เวลาหลายชั่วโมงในการท่องจำคำพูดทั้งหมด ย้ำนะครับว่าท่องจำ ผักปีไหนเริ่มปลูกตอนเดือนไหน เก็บเกี่ยวตอนเดือนไหน ท่องแบบต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

การรายงานผ่านไปด้วยดี  หลังจากนั้น ชีวิตผมก็มีแต่การออกไปพูดหน้าชั้นแทน การทำรายงาน

สมัยม.ต้น เวลามีการจัดกลุ่มทำรายงานกัน เพื่อนๆ(เป็นเด็กเรียน)จะวิ่งมาชวนผมเข้ากลุ่มอย่างรวดเร็ว แต่คราวนี้ไม่ให้ผมทำรายงานเลย มันให้ผมไปพูดหน้าชั้น – -”

ตอนแรกก็กลัว พอพูดไปสักพักมันก็ชิน (ก็รู้จักกันหมดนี่หว่า) เริ่มใส่มุข เริ่มกวนตีน เริ่มออกลีลา

ตอนม.2  อ.ที่ปรึกษาเคยบอกว่าให้ไปเป็นนักพูดเลยซะงั้น (ช่วงนั้นทอล์คโชว์กำลังบูม)

เรื่องเป็นงี้ไปเรื่อยๆ จนถึงตอนม.4  จำได้ว่าไปค่ายอะไรสักอย่าง

มีนักเขียนที่ได้รางวัลซีไรต์มาร่วมงาน แล้วต้องมีตัวแทนพูดขอบคุณเขาในเรื่องอะไรสักอย่าง

จริงๆไม่ได้ยากอะไรเลยครับ แค่

“กระผม เป็นตัึวแทนของ… ขอขอบคุณท่านวิทยาการที่มาให้ความรู้เราในวันนี้”

แต่วันนั้นเกิดอาการเมาครับ ไม่ได้เมาเหล้าครับ แต่เมารักอยู่ เคลิ้มอีท่าไหนไม่รู้

เลยกลายเป็นผมพูดอะไรไม่รู้กลางเวที (คนดูประมาณ 100 คน ทั้งนิสิต อ. และแขก)  คนเงียบกันทั้งงาน

ไอ้พูดอะไรเนี่ย จำไม่ค่อยได้ครับ แต่นึกภาพดูละกัน คนร้อยคนมองมาที่เราเป็นตาเดียว แล้วเพื่อนคนที่จัดงานกุมหัวก้มหน้า ขยับปากมุบมิบว่า “มันพูดอะไรของมันวะ”

หลังจากนั้น ผมไม่เคยไปพูดหน้าสาธารณะที่ไหนอีกเลย  จนขึ้นปี 1 ถึงโดนกรุ๊ปส่งไปโต้วาที….

ความรู้สึกของผมคือความมั่นใจในการพูด โดนขยี้ปี้ป่น กระทืบซ้ำย่ำยีจนแหลกเหลวเป้ว (เกินไปไหม?)   หนุ่มขี้อายคนเดิมก็กลับมาอีกครั้งครับ ไม่ว่าจะพูดอะไรต่อคนมากๆก็ประหม่าอยู่นั่นแหละ ประหม่ากันเข้าไป สั่นพั่บๆๆเป็นเจ้าเข้าทั้งขาทั้งเสียง

ที่เลวร้ายที่สุดคือ ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไป ผมรู้สึกว่าตัวเองพูดผิดทุกที เหมือนความรู้สึกนั้นกลับมาทุกตั้งที่ต้องพูดไป

ล่าสุดนี่ลามไปถึงเวลาโดนสอบสัมภาษณ์ด้วย – -” ไอ้บริษัทที่ HR ส่งผมไปแผนกลอจิสติกนั่นแหละ

  1. #1 by wiennat on December 23, 2007 - 8:14 am

    ขี้อาย และพูดไม่เก่งครับ

  2. #2 by teerapap on December 23, 2007 - 10:04 am

    เป็นเหมือนกัน แต่แล้วแต่คนที่อยู่ตรงหน้าว่ะ🙂

  3. #3 by ijemmy on December 23, 2007 - 12:17 pm

    ถ้าสวยๆนี่จะพูดไม่ออกเลยใช่มะที😀

  4. #4 by Bird เ้ด็ก CP32 on December 23, 2007 - 5:05 pm

    ต้องไปหาโอกาสท่องเป็นชั่วโมงแล้วไปพูดหน้าห้องใหม่นะ 5555

  5. #5 by Dark on December 24, 2007 - 7:01 am

    โกหก!!!!

    555 ล้อเล่นนะ🙂

    นี่เล่าเรื่องจริงป่ะเนี่ย เห็นเจอกูทีไรพูดใส่เอาๆ😀

  6. #6 by ijemmy on December 24, 2007 - 7:59 am

    จริงสิวะ – -”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: