ส่วนกลาง

หลายๆคนที่กิจกรรม โดยเฉพาะที่ทำค่าย คงคุ้นกับคำว่า “ส่วนกลาง” เป็นอย่างดี

ลองถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง ทำไมเขาถึงเรียกว่า “ส่วนกลาง” แล้วคำว่า “ส่วนกลาง” มีคำนิยามว่าอย่างไร?

…….

คิดไม่ออกว่ะ – -” (รู้สึกว่า คำประมาณ 99 % ที่เราใช้กันอยู่ เราไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเรียกอย่างนั้น)

ส่วนตัวแล้วผมอยากเรียกว่า “ศูนย์กลาง” มากกว่า “ส่วนกลาง” นะครับ

เพราะลักษณะการทำงานของส่วนกลาง เหมือนศูนย์กลางของค่าย เป็นตัวเชื่อมระหว่างส่วนอื่นๆ ทำให้ทุกฝ่ายเดินไปในทิศทางเดียวกัน

และคนจำนวนไม่น้อย ที่ทำส่วนกลาง มักลืมตัว คิดว่าตนเองเป็นศูนย์กลาง

ที่สั่งอะไร ทุกคนต้องมาตามเรา

ผลลัพธ์มักจะออกมาเป็นสมการด้านล่าง

มุมมองของส่วนอื่นที่มีต่อส่วนกลาง = มาสั่งเหี้ยอะไรกูวะ ยุ่งอยู่ได้

…………………..

พูดอย่างนี้ ผมไม่ได้ด่าว่าส่วนกลางเป็นงี้กันหมดนะครับ

แต่เท่าที่ผมสังเกตมา ทำค่ายทุกค่าย(หรือแม้แต่สโมสรนิสิตต่างๆ หรืออะไรที่มีอำนาจสั่งเขา)

มักจะได้รับ feedback จากกลุ่มคนรอบๆข้างประมาณนี้

ไม่ว่าส่วนกลางนั้นจะบ้าอำนาจหรือไม่ก็ตาม (ยอมรับว่าส่วนใหญ่มักจะบ้า)

…………………

ในฐานะที่ทำกิจกรรมที่เคยเป็นส่วนกลาง แล้วก็ส่วนไม่กลาง

ผมอยากจะสรุปข้อผิดพลาดเอาไว้ อาจไม่สมบูรณ์

แต่คงช่วยแก้ปัญหาสำคัญๆได้เป็นจำนวนมาก หากปฏิบัติได้จริง

  1. สั่งโดยสื่อสารผิดพลาด
    ตัวอย่าง นาย ก พึ่งรับตำแหน่งเป็นเหรัญญิก สโมสรนิสิตของคณะหนึ่ง ต้องการให้ชมรมทุกชมรม สรุปข้อมูลงบประมาณที่ใช้จ่ายให้มาส่งให้กับตน ก่อนวันค่ายสองสัปดาห์ โดยร่าง แบบฟอร์มให้เสร็จเรียบร้อย พร้อมทั้งเขียนวิธีการส่งอย่างละเอียด ว่าต้องยื่นที่ตะแกรงไหน ก่อนการทำงานกี่วัน เอกสารแต่ละตัวมีการกำหนดชื่อไว้เป็นอย่างดี เพื่อกันความสับสน แต่ผลตอบรับคือ มีชมรมไม่ถึงครึ่งที่ยอมส่งสรุปข้อมูลงบประมาณตามที่สั่งไป ซ้ำยังมีเสียงบ่นตอบกลับมา เพราะปีที่แล้วไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ซ้ำร้ายที่สุด หลายๆข้อมูลงบประมาณที่สรุปมามีข้อผิดพลาด หรือสังเกตเห็นได้ชัดว่าถูกบิดเบือนจากความจริงถามว่าใครผิด? ถ้าใครอ่านหัวข้อที่แล้วมา คงพอเดาได้ครับ นาย ก ไม่ได้บอกเลย ว่าทำไมเขาถึงต้องให้สรุปข้อมูลงบประมาณมาส่ง

    จริงๆแล้ว จุดประสงค์ที่แท้จริงของ นาย ก คืออยากได้ข้อมูลงบประมาณของทุกชมรมมานั่งคำนวนดู เพราะได้ยินว่าชมรมแต่ละชมรมมีปัญหาเรื่องการขอสปอนเซอร์ จึงคิดที่จะแก้ปัญหาโดยตั้งหน่วยขอสปอนเซอร์กลางขึ้นมาเพื่อช่วยหาเงินสนับสนุนเพิ่มเติมให้กับชมรมที่มีปัญหาทางด้านการเงินอยู่ สมาชิกชมรมจะได้ไม่ต้องควักเนื้อกันเองปัญหากลายเป็นว่า นาย ก ลืมบอกไป ว่าเขาทำไปเพื่ออะไร

    โดนด่าซะงั้น…

  2. สั่งในสิ่งที่เขาทำไม่ได้
    อันนี้คงไม่ต้องยกตัวอย่างยาวนะครับ บางคนคิดว่านี่เป็นเรื่องตลก ถ้ารู้ว่าทำไม่ได้ แล้วจะสั่งไปทำบ้าอะไร แต่เอาเข้าจริงกรณีนี้มีอยู่บ่อยครั้ง
    ยกตัวอย่างเช่น ในงานบ้านรับน้อง คุณสั่งพ่อบ้าน นำสมาชิกในบ้านเข้าประชุมโดยพร้อมกัน ในวันที่ XX เวลา YY โดยต้องมาไม่ต่ำกว่า 80 % ถึงจะมีสิทธิ์ทำบ้าน

    ใครเคยเป็นพ่อบ้านคงรู้ครับ ว่าแทบไม่มีทางเลย ที่จะเอาสมาชิกมาพร้อมหน้ากัน 80 % ในวันและเวลาเดียวกันได้ (ยกเว้นวันจริง)

  3. สั่งในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ
    เรื่องบางอย่างเป็นเรื่องที่ดีกับภาพรวมครับ เช่น คุณทำค่าย คุณต้องการให้ทุกคนตื่นตรงเวลา พี่ค่ายทุกคนตื่นมาทำธุระตอนเช้าให้เสร็จ ก่อนที่น้องค่ายจะตื่น ซึ่งเอาเข้าจริงส่วนใหญ่ไม่ตื่นกันหรอกครับ แล้วส่วนกลางก็จะกร่นด่า (ปนสาบแช่ง) เหล่าพี่ค่ายที่ไร้ซึ่งระเบียบวินัยโดยสิ้นเชิง ทั้งๆที่ส่วนกลางต้องประชุมกันจนมีเวลานอนแค่ 2-3 ช.ม. ยังตื่นกันได้ ทำไมพี่ค่ายตื่นไม่ได้

    พี่ค่ายผิดก็จริง แต่มันเป็นธรรมชาติ ที่คนมันไม่ตื่นกันอยู่แล้ว ส่วนกลางควรจะรู้วัฒนธรรมองค์กรดี และแทนที่จะใช้เวลากร่นด่า เอาเวลาดังกล่าวไปรวมกับอีกสองสามชั่วโมงที่ได้นอน ไปนั่งประชุมกันเถอะว่าจะเอาไงหากำหนดการเลตขึ้นมา (จริงๆวางกำหนดการต้องมีการเผื่อไว้แต่แรกอยู่แล้วนะ)

  4. สั่งโดยคิดว่าเขารู้

มันควรจะรู้กันบ้างสิวะ ว่าบายศรีมันจะต้องเงียบ ไม่งั้นมันจะไม่ซึ้ง

มันควรจะรู้กันบ้างสิวะ งานพิธีการ มันควรจะเงียบๆ ไม่คุยกัน

มันควรจะรู้สิวะ ว่าถ้ามันเอาเหล้ามากินในค่าย เอาไพ่มาเล่นสลาฟ มันจะมีคนซวย
อย่าหาว่าผมกวนตีนเลยนะ ผมจะตอบไปเลยว่า มันไม่รู้จริงๆว่ะ (หรือมันรู้ แต่มันไม่สำนึก)

เป็นหน้าที่ของคุณในฐานะส่วนกลางแหละครับ ที่จะต้องทำให้พวกเขารู้ หรือย้ำมโนสำนึกที่แอบซ่อนอยู่ในรากเหง้าของสมองเขาออกมา

………………

สังเกตว่าส่วนใหญ่ผมจะให้ส่วนกลางเป็นคนที่ต้องแก้ไขให้ทำตามส่วนอื่นๆเสมอ

เพราะการทำให้ส่วนกลางทำตัวดีๆ ง่ายกว่าการให้ส่วนอื่นๆ(ซึ่งมีจำนวนมาก) ทำตัวดีๆเยอะครับ

ขอสรุปง่ายๆเลยครับ ในฐานะส่วนกลาง เวลาคิดจะสั่งให้คนอื่นทำอะไร พึ่งสังวรณ์ไว้ ว่าคนอื่นเค้าไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนคุณ เขาอาจคิดไปอีกทางหนึ่งเลยก็ได้

เอาใจเขามาใส่ใจเราเสมอ แล้วชีวิตจะราบรื่นครับ

  1. #1 by อรุช on April 13, 2007 - 5:44 pm

    ส่วนกลางในอุดมคติ (จากมุมมองผู้ทำกิจกรรม)

    1 ห้ามสั่ง
    2 ห้ามบ่น
    3 ให้เงิน

    ผู้ทำกิจกรรมในอุดมคติ (จากมุมมองส่วนกลาง)
    1 เชื่อฟัง
    2 ใส่ใจและติดตามตารางงาน
    3 ไม่ใช้เงิน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: