คนรวยผู้หยาบช้า คนใจหมาชอบทำบุญ

จั่วหัวเรื่องนี่ไม่ได้ด่าคนชอบทำบุญนะครับ

 

แล้วคนใจหมา ก็ไม่ได้ส่อแนวไปในทางไม่ดีด้วย แค่คนที่”เห็นอกเห็นใจ”หมา

 

วันนี้ปิดเทอมวันแรก ซึ่งจะเรียกว่าปิดเทอมจริงๆก็เรียกได้ไม่เต็มคำนัก เพราะยังมีโปรเจคเหลืออยู่

 

ช่วงเช้า ผมนั่งเคลียร์ชีทที่ท่าทางไม่ได้ใช้แล้ว (ก็ทั้งหมดน่ะแหละ) มีความรู้สึกแปลกๆครับ แบบว่า นั่งดูทีละวิชา แต่ละวิชา ดูแล้วก็คิดในใจว่า “ทิ้งไปก็ได้นี่หว่า” ดูวิชาถัดไป “ไอ้นี่ก็คงไม่ได้ใช้ น่าจะเอาไปทิ้งได้”

 

ดูๆไปดูๆมา ถ้าทิ้งจริงนี่คือทิ้งเกือบหมดเลย !!!~

 

ทำให้ส่งสัยว่า ไอ้ที่เรียนมาปีนึงนี่ เหมือนเรียนเอาไปทิ้งยังไงไม่รู้

(ใครที่ไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ ไม่ต้องอ่านต่อแล้วครับ ยาวมาก เขียนไปได้ไงไม่รู้)

 


 

คนรวยผู้หยาบช้า

 

ตอนเย็น ด้วยความเปรี้ยว เลยออกไปจ๊อกกิ้งข้างนอก (ไม่ได้วิ่งมาปีได้แล้ว ไปฟิตเนสแทน)หลังจากวิ่งไปได้ประมาสิบกว่านาที ผมต้องรีบวกกลับบ้าน เพราะรู้สึกว่าวันนี้ดวงซวยมากๆ ถ้าวิ่งต่อไป อาจบาดเจ็บได้ก่อนอื่นขอเล่าก่อนว่า หมู่บ้านผมเป็นหมู่บ้านใหญ่ ราคาบ้านปัจจุบันพุ่งขึ้นไปที่ 5 M + คนที่อาศัยอยู่มักเป็นผู้มีอันจะกิน (รวย) ยกเว้นบางบ้านที่เสือกหลงฝูง (เช่นบ้านผมเป็นต้น) ถนนที่วิ่งอยู่เป็นสองเลนส์ แต่กว้างพอให้รถจอดหนึ่งคัน แล้วรถอีกสองคันยังวิ่งสวนกันได้ เนื่องด้วยหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านคนมีอันจะกิน (รวย) จึงมักจะเลี้ยงหมา ทั้งทางนิตินัย พฤตินัย และอื่นๆทางนิตินัยคือ เลี้ยงกันอย่างรับผิดชอบ ตอนกลางวันกักอยู่ในบ้าน ตอนเย็นปล่อยออกไปให้ฉี่กับขี้นอกบ้าน ประมาณว่านี่หมากู กัดใคร ถ้ามีคนมาฟ้องเดี๋ยวกูจ่ายตังค์ให้ กูมีอันจะกินทางพฤตินัยคือ เลี้ยงกันอย่างไม่รับผิดชอบ เอาปลอกคอไปใส่ แต่เลี้ยงไว้นอกบ้าน เอาข้าวเอาน้ำให้ทาน ถ้าป่วยจะพาไปรักษา ถ้าว่างจะไปเล่นด้วย แต่ถ้าหมาขี้ขึ้นมากูไม่รู้จัก และถ้าหมากัดใคร กูไม่เกี่ยว

 

และอื่นๆ คือคนที่เลี้ยงหมาโดยไม่เป็นสองแบบขั้นต้น ผมไม่ตั้งชื่อให้ เพราะเป็นคนส่วนน้อย และไม่มีนัยยความสำคัญทางสังคมศาสตร์

 

กลับเข้าเรื่องต่อ ใครที่วิ่งออกกำลังกายตามถนนบ่อยๆคงจะรู้ ว่าเราควรจะชิดขวา เพราะมองเห็นรถที่จะวิ่งเข้ามาชนเราได้

 

ความฉิบหายเกิดขึ้นเมื่อเลนทางซ้ายผมขี่จักรยานป๊อกๆ ซ้อนสามมาอย่างสนุกสนาน ผมกำลังพิจารณาวิ่งหลบต้นไม้ออกไปทางซ้าย ซึ่งผู้มีอันจะกินปลูกไว้บริเวณฟุตบาทหมาเดิน(เพราะมีแต่ขี้หมา คนไม่เดินแล้ว) ไปทางซ้าย เพราะกิ่งมันมาขวางทางผม แต่เกิดเปลี่ยนใจ เป็นหมอบหลบกิ่งไม้กิ่งนั้นไป

 

ผมได้ยินเสียงเหยียบคันเร่งอย่างแรง รถสีดำจากไหนไม่รู้ได้ พยายามจะแซงจักรยานป๊อกๆ มาทางเลนส์ขวา

 

ด้วยความเร็วประมาณ 50 + และเร่งเฉียดตัวผมไปในระยะไม่ถึงเมตร

 

” ไอ้…. ” ผมสบถในใจอย่างแรง จึงไม่ทันมองทะเบียนมันมาประจาน (ถึงมองก็ใช่ว่าจะมองทัน)

 

ไอ้รถทมิฬนั่นบีบแต่ปรี้นใส่กลุ่มคนที่จ๊อกกิ้งมา ให้หยุดนิ่งๆ ประมาณว่าข้ามาแล้ว ก่อนมันจะเลี้ยวตัดเข้าซอยไปอย่างไม่ชลอความเร็ซ (ทำไมตอนมึงจะเฉี่ยวกู ช่วยบีบแตรบอกกูหน่อยไม่ได้เหรอครับ?)

 

ผมได้แต่คิดในใจ ว่าถ้าผมตัดสินใจกระโดดหลบไปทางซ้าย อย่างต่ำก็ต้องแขนหัก อย่างมากอาจจะพิการ (แต่คงไม่ยอมตายแน่ๆ จนกว่าจะได้กระทืบคนขับ)

 

ผมไม่รู้ว่ามันขับรถยี่ห้ออะไร แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ

 

จะรวยหรือจน จะขับเบนซ์หรือสิบล้อ ถ้าคนขับมันเหี้ย ก็ชนคนตายได้

 

เพียงแต่จะมีเงินยัดรึเปล่าเท่านั้นแหละ

 

 


 

คนใจหมาชอบทำบุญ

 

คงเดาได้แล้วใช่ไหมครับ ว่าผมจะเขียนถึงอะไร

 

ผมเป็นคนที่ค่อนข้างจะต่อต้านกระแสสังคมครับ

 

เวลาเขานิยมเป็นเด็กแนวกัน ผมก็จะรู้สึกรังเกียจเด็กแนวขึ้นมาทันที เพราะรู้สึกว่าคนพวกนี้ตามกระแส
เวลาเขานิยมเหยียบส้นกัน ผมก็สงสัย ว่ารองเท้าดีๆ เหยียบจนเสียทำซากอะไร ไหนๆถ้าเหยียบก็ต้องหนีฝ่ายปกครองแล้ว ใส่รองเท้าแตะมาเลยดีกว่า หนีเหมือนกัน
เวลาเขานิยม….. อะไรก็ตาม ผมมักจะสวนกระแสหมด

 

เมื่อใดก็ตามที่มีข่าวฆ่าหั่นศพ สังคมจะประนามคนฆ่า ว่าเลว ชั่ว ใจทมิฬ หินชาติ ฯลฯ (สังเกตว่า ภาษาไทย คำด่าจะมีเยอะกว่าคำชม)
แต่ผมจะรู้สึกเห็นใจคนฆ่าเป็นอย่างมาก เพราะผมคิดว่า คนปกติจะเคียดแค้นใครขนาดฆ่าตายแล้ว ยังหั่นศพเป็นชิ้นๆได้โดยไม่รู้สึกแหวะเลยได้ คนที่ตายต้องทำอะไรให้คนฆ่าเจ็บแค้นอย่างรุนแรงแน่ๆเลย

 

พูดงี้ไม่ได้สนับสนุนให้ฆ่าหั่นศพนะครับ บางกรณีก็สมควรรุมกระทืบมันอยู่ แต่บางกรณีมันก็เกิดจากการถูกบีบคั้นจากผู้คนโดยรอบ ที่สำคัญ จากสังคมนั่นแหละ จะให้แกล้งทำเป็นมีอารมณ์ร่วมแล้วกระโดดเข้าไปรุมกระทืบคนฟรีให้สะใจ มันก็ใช่จะทำได้เสมอไป

 

แม้แต่โฆษณา “ปาติหาน”ตอนผมดูแว่บแรกก็ประทับใจนะ แต่พอดูจบ ผมนั่งคิดว่า มันเป็นเรื่องจริงรึเปล่า เด็กไม่ได้ระบุรายละเอียดแม้แต่เรื่องโรคที่เป็นเลย มันจะรู้วิธีรักษาได้ไง

 

ลามไปเรื่อยๆ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยถึงการ forward mail แบบไม่คิดหน้าคิดหลังด้วยซ้ำ ตั้งแต่พวกตัดสิทธิ์ msn ถ้าไม่ส่งต่อ จดหมายลูกโซ่ทุกชนิด หรือแม้แต่จดหมายขอความช่วยเหลือที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ (ถ้าผมจะส่งต่อ คนที่ส่งก่อนหน้าต้องมีแนบข้อความมาด้วย ว่าเค้าโทรคอนเฟิร์มแล้ว ว่าจดหมายนี้ไม่ได้มีอายุประมาณ5 ปีมาแล้ว หรือมีบางคนอยากสร้างจดหมายลูกโซ่ประเภทใหม่ให้หนัก traffic เน็ตขึ้นมา)

 

สุดท้าย มีความรังเกียจเป็นอย่างยิ่งกับคนที่ชอบให้อาหารหมาข้างถนน (และพวกที่เลี้ยงหมาแบบข้างบน)

 

ผมเคยเห็นคนแก่คนนึงถูกหมาวิ่งไล่จนหกล้ม ตะเกียกตะกายหนี โชคยังดีที่ไม่บาดเจ็บมากอะไร

 

คนให้อาหารหมาเคยเห็นภาพเด็กตัวเล็กๆอายุไม่ถึงห้าขวบ ถูกหมาขย้ำไหมครับ?

 

มาอยู่แถวหมู่บ้านผม

 

มีคนแถวบ้านผมคนนึง ใจบุญมาก เอาอาหารมาให้หมาจรจัดกิน จนมันมาอยู่เป็นแก๊ง

 

แต่เขาเอาอาหารมาวางให้หมาทางตรงไหนรู้ไหมครับ?

 

ตรงหัวมุมบ้านผม….

 

พอมีคนโดนหมากัด ก็ไม่เห็นมีใครโผล่หัวมาอยู่ดี

 

บางคนเอาไปวางไว้ในแถวป้ายรถเมล์ หมากินกระจุยกระจาย ไม่มีคนเก็บกวาด ผลสุดท้ายก็ลำบากคนกวาดขยะ

 


กล่าวโดยสรุป :ผู้มีหน้ามีตาทางสื่อหลายคนมักพูดประโยคที่ว่า “คนไทยถูกวัฒนธรรมต่างชาติเข้าครอบงำ จนสูญเสียขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม” หรืออะไรทำนองนี้ ที่พูดกันมาเกือบสิบปีได้แล้วผมมีความเห็นว่า คนที่พูดประโยคซ้ำๆแบบนี้ ตามแบบคนที่พูดมาเมื่อสิบปีที่แล้ว โดยไม่เคยคิดเลยว่า ทำอย่างไร จึงจะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทยได้ เป็นคนที่ไม่ต่างอะไรกับคนรวยผู้หยาบช้า หรือคนใจหมาชอบทำบุญ

 

สังคมในปัจจุบันของเรา ทั้งในวัยรุ่น วัยทำงาน วัยเป็นใหญ่ และวัยใกล้แย้มฝาโรง มีค่านิยมแบบแปลกๆ ที่มันผิดสามัญสำนึกอยู่มาก ทั้งแบบที่เป็นที่ยอมรับ และไม่เป็นที่ยอมรับ

 

ยกตัวอย่างไล่ไป ได้แก่ เหยียบส้น แหกกฏถึงเท่ คิดนอกคอก เทอดทูนทูนคนรวย ดูหมิ่นคนจน ดูแคลนชนชั้นแรงงาน ดูถูกความคิดเด็ก ดีแต่ปากพูด ไม่เคยใช้สมองหรือลงมือทำ นับถือคนที่ชอบทำบุญแบบออกหน้าออกตา มองคนที่เปลือกนอก ให้อาหารหมาจรจัด เห็นแก่พวกพ้อง ทุจริตเพราะเกรงใจ แดกชาเขียว บล็อคเว็บโป๊ รักชาติต้องประท้วง นิสิตที่ไม่ก่อม๊อบแบบ11ตุลาฯคือนิสิตที่เฮงซวย การยกมือถามอาจารย์ในห้องเรียนเป็นเรื่องน่าอาย การไปเต้นเย้วๆในคอนเสิร์ตเป็นเรื่องธรรมดา เดี๋ยวนี้ใครๆก็ใส่สั้น อยากรวยแบบสบาย ใครๆเขาก็ลอก ถ้าไม่ลอกกูก็โดนเพื่อนเหยียบ ฯลฯ

 

ทั้งๆที่เรื่องแบบนี้ เอาเด็กประถมหกที่ใสซื่อ มานั่งไตร่ตรองดู ก็จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องดี และถ้ามีต่อไปประเทศชาติคงฉิบหาย แต่ยังมีคนในวัยเป็นใหญ่เป็นโตหลายคน สนใจแต่เรื่องผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวไม่เหมาะสม

 

ผมขอเสนอแนวคิดใหม่ ที่อาจมีคนด่าว่าคนกล้าพูดอย่างนี้เลวและไม่รักชาติ

 

ว่าถ้าทุกอย่างยังดำเนินไปแบบนี้ คนรวยผู้หยาบช้า คนใจหมาชอบทำบุญ คือแบบอย่างที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่กำลังจะก้าวเข้าไปเป็นในอนาคต

 

ฟันธง !!!!!!!!!!!!!!

  1. #1 by อรุช on March 3, 2007 - 1:09 pm

    ยาวดี แต่ก็อ่านจนหมด

    เขียนได้ดี ตรงประเด็น ชอบ

  2. #2 by ihatenadal on March 4, 2007 - 3:03 pm

    ชอบแฮะ ไดอารีแนวเนี่ย
    ประเภทแสดงความคิดในอีกมุมมองหนึ่ง
    อ่านแล้วสนุกดี

    ไอ้เรื่องขับรถนี่ น่าถีบเหมือนกัน
    เมื่อวันที่สอบไฟนอล Prog Meth จำได้ใช่มะว่าวันนั้นฝนตกหนัก น้ำท่วมทั่วสยาม (ยกเว้นโรงเรียนเตรียมอุดม)
    ตรงหน้าประตูที่รถเข้าออก น้ำท่วมสูงเหมือนกัน ประมาณครึ่งน่องได้ แต่มีบางหย่อมที่พอจะเขย่งไปได้
    มีช่วงนึงรถเริ่มว่าง คนกลุ่มใหญ่ๆกำลังจะข้าม
    อยู่ดีๆแมร่งมีรถห่าที่ไหนก็ไม่รู้ กดแตรดังลั่นเลย ประมาณว่า “ไอ้สาดเอ๊ย ให้กรูไปก่อนสิวะ”
    คนกำลังจะข้ามก็ชะงักสิ รีบกลับเข้าฝั่ง ย่ำไปแล้ว แทนที่จะเท้าจะเปียกนิดหน่อย เปียกทั้งขาเลย
    ไอ้คนในรถ โตแล้วน่าจะมีสมองคิดว่า ใครมันควรจะไปก่อน ใครที่น่าจะเปียกกว่า และน่าจะคิดได้ว่า ขับอย่างนั้นชนคนได้นะเว้ย
    อารมณ์ตอนนั้นอยากได้ก้อนหินก้อนใหญ่ๆ เขวี้ยงเข้าไปในรถ กะเอาให้หัวแตกตาย ระยำเจรงๆ

    เรื่องคนใจหมาชอบทำบุญ อ่านตอนแรกคิดว่ามันก็ดีนี่นา มีใจเมตตาแ่บ่งปันอาหารให้หมาจรจัด
    อ่านเข้าจริงๆ เออ แย่จริงๆแฮะ สร้างความลำบากให้คนอื่นด้วยความเมตตา
    ทั้งความลำบากให้เจ้าของบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ทั้งคนกวาดถนน

    เรื่องค่านิยมผิดๆล่ะ
    แดกชาเขียว – มันโดนตรูเว้ยย จริงๆ ไม่ได้ตามกระแสอะไรหรอก ออกจะไม่ชอบด้วยซ้ำพวกอะไรๆก็ชาเขียว แต่วันนึงได้ลองกิน อร่อยดีแฮะ แล้วก็กินมาเรื่อยๆ
    ข้อย้ำ ไม่ได้ตามกระแสนะ มันอร่อยจริงๆ

    บล็อคเว็บโป๊ – ไม่เห็นด้วยเหมือนกัน แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งเราคิดเอาเองว่าพวกที่มาโวยๆเรื่องที่โดนบล็อกเว็บโป๊เนี่ย ส่วนหนึ่งคือพวกที่ชอบดูแล้วอด เลยมาโวยวายเพราะเสียผลประโยชน์ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นห่วงปัญหาจริงๆ
    แต่ก็ไม่ยักจะเห็นว่า คนที่บอกว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มาเสนอวิธีการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุสักที
    ส่วนกรณีบล็อกแคมฟร็อก กรณีนี้เรากลับเห็นด้วยว่ะ
    เพราะรู้สึกว่าปัญหาแคมฟร็อกมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว ขนาดว่ามีคนไทยใช้มากที่สุดในโลก มีห้องแชต 55 ห้องเป็นของคนไทยจาก 60 อันดับแรกทั่วโลก
    คือถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง มันคงแย่แล้วล่ะ บล็อกไปเถอะ แต่ก็อย่าลืมสาเหตุที่แท้จริงละกัน

    ใครๆเขาก็ลอก ถ้าไม่ลอกกูก็โดนเพื่อนเหยียบ – สาบานได้ว่านอกจากตอน ป.1 ที่ลอกข้อสอบเพื่อน (เพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าการสอบคืออะไร) เราไม่เคยลอกใครเลย
    แต่เทอมก่อนที่สอบ Com Org โดนกาหัวกระดาษซะงั้น
    ไอ้บางคนลอกมาทั้งชีวิตแมร่งไม่เคยโดน เซร็ง

    พอแค่นี้ละ รู้สึกจะคอมเมนต์ยากเกิน

  3. #3 by ijemmy on March 5, 2007 - 12:57 pm

    รู้สึกโดนโตโต้เต็มที่ ตอบยาวมาก – -”

    จริงๆบล็อคนี้ตั้งมาตอนแรก ผมกะเขียนเรื่องคอมนะ ไว้บันทึกว่าเวลาเซตอัพไอ้นู่นไอ้นี่ทำไง ข้อมูลทางเทคนิคอะไรอย่างเงี้ เวลามาทำใหม่ ลืมไปแล้วจะได้กลับมาดู

    แต่ก่อนเคยเขียนไดอารี่ แต่เนื้อหาทั้งหมดไม่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันเลย เป็นบทความเสียดสีสังคมหมด

    พอทำไปได้สักพัก มีความรู้สึกว่าปัญญาอ่อนมาก เพราะเขียนคนเดียว ไม่มีใครอ่าน (ตัวเองอ่านเองก็ไม่มีประโยชน์นัก) ถ้าอยากให้มีคนอ่านก็ต้องหน้าด้านไปเมนต์ของคนอื่น ให้คนอื่นมาเม้นต์ของตัวเอง ทำให้รู้สึกว่าเป็นสังคมจอมปลอมมาก (เห็นแก่ไดฯตัวเองทั้งนั้น) บางทีไดฯเขียนไว้อย่างนึง คนคอมเม้นต์แม่งคอมเมนต์อีกเรื่อง….

  4. #4 by น่าสงสาร on March 10, 2007 - 6:20 pm

    กบในกะลา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: