BR: One-Year-Work
March 26, 2010
BR จากบล็อคอรุช ไม่พูดพล่ามทำเพลง เข้าสรุปเลยครับ
1. ทำงานในบริษัทข้ามชาติ เก่งแค่ไหน แต่พูด(ภาษาอังกฤษ)ไม่คล่อง จะทำอะไรก็ฝืดไปหมด
2. “ฝรั่งจริงๆก็ไม่ได้เก่งไปกว่าคนไทยเท่าไร” แต่ฝรั่งกล้าที่จะทำมากกว่า ภาษาดีกว่า จึงมีโอกาสสำเร็จมากกว่า
3. ในการทำงาน การมี passion เป็นสิ่งที่ดี แต่การใช้ emotion จะนำมาด้วยความ–หาย
4. หลายครั้ง การนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดใ้ห้กับลูกค้า ก็ไม่เท่ากับการให้สิ่งที่เขาต้องการ
5. การบริหารเจ้านาย สำคัญไม่น้อยกว่าการบริหารตัวเอง
6. ทุกคนในองค์กรกลัวการเปลี่ยนแปลง ยกเว้นคนที่เสนอการเปลี่ยนแปลงนั้น
7. ทำงานเทคนิคที่ลงรายละเอียด ต้องมองภาพใหญ่ให้บ่อย จะได้ไม่หลงทาง
ระบบที่สนับสนุนให้คนทำเลว
March 9, 2010
เริ่มเรื่อง…
ทุกๆวันที่ทำงาน ผมจะต้องต่อรถตู้เข้าไปในซอยหมู่บ้าน ด้วยความที่ถูกอบรมมาค่อนข้างเข้มงวดในตอนเด็ก ผมจะให้ความสำคัญกับเรื่องคิวมาก เมื่อมาถึงป้ายปุ๊บ สิ่งแรกที่ผมจะทำคือจำหน้าว่ามีใครที่ยืนรออยู่ก่อนบ้าง ถ้ารถตู้มาแล้วมีใครที่จะขึ้นมาก่อนผม ผมก็จะหลีกทางให้เขา แน่นอน… ในทางตรงกันข้าม ผมก็หวังให้คนอื่นทำแบบนี้เช่นเดียวกัน
วันนี้ขณะกำลังรอรถตู้อยู่ ก็มีป้าคนนึงลงจากรถมาทีหลัง แต่พอรถตู้มาปุ๊บ ป้าแกก็ตัดหน้าเดินขึ้นไปเลย…
สักพักนึง มีรถตู้มาอีกคัน คนที่มาทีหลังอีกคนพยายามจะแซงคิวผมขึ้นรถตู้บ้าง แต่เผอิญมีที่นั่งพอ ก็เลยขึ้นไปได้ทั้งคู่…
จะว่าไป…ช่วงหลังๆนี้ผมถูกแซงคิวทุกวันเลยครับ !!!
—————————————————————————
ที่ผมจะพูด…
เปล่านะครับ บล็อควันนี้ผมไม่ได้จะบ่นว่าทำไมสังคมมันเหลวแหลก ประเทศไทยไร้ระเบียบ หรืออะไรทำนองนั้น จริงๆแล้วผมเข้าใจทั้งสองคนดี เพราะ ช่วงหลังๆ 50% ของคนที่ขึ้นรถตู้ที่นี่ ถ้ามีจังหวะจะแซงคิวกันเมื่อมีโอกาส (หรือจะพูดจริงๆ เป็นเพราะมันไม่มีการจัดคิวกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งเอื้อต่อการแซงคิวอย่างมาก) คนส่วนใหญ่ก็จะมีอารมณ์แบบระแวงกัน ถ้ามีใครมายืนตัดหน้าก็สามารถคาดการณ์ไว้ก่อนว่าจะมีการแซงคิวเกิดขึ้น
คนที่ไม่แซงคิวคนอื่นก็จะถูกคนอื่นแซงคิวอยู่ดี เมื่อเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เขาก็จะมีความรู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ และก็ไม่อยากจะยึดติดกับวินัยที่ทำให้ตนเองต้องเสียเปรียบคนอื่นตลอดเวลา
————————————————————-
ชี้ให้เห็น…
นี่เป็นตัวอย่างของ Bad Reward System หรือผมตั้งชื่อให้ในภาษาไทยแบบสะเทือนอารมณ์ว่า “ระบบที่สนับสนุนการทำเลว” จริงๆแล้วมีตัวอย่างอีกมากของระบบนี้ในสังคม เช่น
- การที่่คนที่มาตรงเวลาต้องรอคนที่มาสาย คนทุกคนเลยเริ่มมาสายกันหมด นัด 8.00 รู้เลยว่าเริ่มจริง 8.30 (ผมไม่ได้พูดถึงแค่การนัดกันในหมู่เพื่อน แต่รวมถึงการนัดประชุม หรือแม้แต่นัดนิสิตมารับปริญญา) นิสัยการมาสายก็เลยถูกปลูกฝัง
- การที่คนขับรถเมล์ขับรถบัดซบ เกิดจากว่าถ้าขับดี กำไรก็ไม่ได้เพิ่ม ขับบัดซบต่างหากที่จะทำให้เราได้เงินเพิ่ม อย่าให้ผู้โดยสารตายหรือพิการลงข่าวหน้าหนึ่งเป็นพอ
- ระบบการทำงานของหน่วยงานที่ “ทำดีเสมอตัว ทำพลาดมีซวย” หรือ “รายงานเจ้านายว่าดี นายก็ไม่ได้ตรวจสอบ แต่พอรายงานเจ้านายว่ามีปัญหา เจ้านายจะตรวจสอบและเราจะซวย” จึงไม่มีใครอยากที่จะทำอะไร เช้าชามเย็นชาม เอาตัวรอดไปวันๆ
- การเมืองไทย….
ฯลฯ
—————————————————————————
โดยสรุป…
Bad Reward System นอกจากจะเกื้อกูลคนที่ทำผิดแล้ว ยังเป็นการลดจำนวนคนที่ทำดีลงไปเรื่อยๆ ความเสื่อมจะเริ่มขยายตัวมากขึ้น และเมื่อถึงจุดๆหนึ่ง ค่านิยมของคนในสังคมจะกลับขั้ว คือสิ่งที่ผิดเป็นถูก และสิ่งที่ถูกเป็นผิด แม้ในใจจะรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี แต่พื้นฐานของคนโดยทั่วไปมักจะไหลตามน้ำกันอยู่แล้ว
นี่เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้ระบบ (ประเทศชาติ/องค์กรณ์/สังคม) เสื่อมถอย ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ และจริยธรรม
—————————————————————————
คำถาม…
แล้วเราจะมีทางแก้ไข Bad Reward System ที่เกิดขึ้นแล้วไหม? และเราจะป้องกันไม่ให้มีระบบใหม่ๆแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? พูดกันตามตรง มีเยอะแยะมากมายครับ แต่มันทำคนธรรมดาที่ไม่มีอำนาจทำคนเดียวไม่ได้ อยากจะมาช่วยกันคิดและลงมือทำกันหน่อยไหมครับ?
แต่ผมขอเตือนไว้ก่อนนะครับว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถึงเราจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่จะมีสักกี่คนที่ช่วยเหลือและร่วมมือกับเราด้วย? เพราะหลายต่อหลายครั้ง คนที่ตั้งใจจะทำสิ่งที่ถูกต้องจะมักจะถูกเอารัดเอาเปรียบเหมือนคนโง่ หรืออาจถูกหัวเราะเยาะมากกว่าชื่นชมเสียด้วยซ้ำ
ใช่ครับ ระบบในการแก้ปัญหาเหล่านี้ ก็มีความเป็น Bad Reward System อยู่ดี !!!
—————————
ความคิดเรื่อง Bad Reward System ได้รับการดลใจมากจากบล็อคนี้