งาน Programming Support มันสนุกกว่าที่คิด
จำได้ว่าตอนที่ได้งานที่ Exxon ใหม่ๆ สิ่งที่กังวลที่สุดคือ เรื่องภาษา (เพราะแทบทุกคนในทีมเป็นชาวต่างชาติหมด) และกลัวว่างาน Support จะน่าเบื่อเมื่อเทียบกับ Dev เพราะมีแต่แก้บั้ก
พอทำเข้าจริง มันแก้บั๊กเยอะจริง แต่มันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด
ก่อนอื่นเล่าก่อนละกันว่าเนื้อหางานผมเป็นยังไง
- งานมีลักษณะตั้งแต่ Fix bugs (60%) , Enhancement (30%) (หลักๆก็เพิ่มข้อมูลที่แสดงใน report หรือ Migrate โปรแกรม), ไปจนถึงขั้น Develop ใหม่หมด (10%)
- งานจะถูกส่งต่อมาจากกลุ่มที่เรียกว่า Process Team (ภาษา SAP จะเรียกว่าพวก Functional) ซึ่งเป็นคนที่รู้ Business Process และติดต่อกับ User โดยตรงเพื่อรับปัญหาต่างๆ
- ส่วนใหญ่ Process Team สามารถแก้ไขปัญหาได้ (หรือไม่จริงๆปัญหาก็อยู่ที่ user ใช้งานผิดเอง) แต่กรณีที่จำเป็นต้องแก้ในโปรแกรมจริงๆ ถึงจะส่งงานต่อมาให้ฝั่งเขียนโปรแกรม
- สัปดาห์นึงมีงานตกถึงผมเฉลี่ยราวๆ 2-7 งาน (น้อยหน่อย เพราะเป็นเด็กใหม่)
- หลังจากนั้นเราจึงจัดการแก้ แล้วก็ส่งให้ทาง Process Team ทดสอบ ก่อนส่งให้ User ทดสอบ ทำอย่างนี้อยู่สองรอบ แล้วค่อยส่งขึ้น Production เป็นอันปิดงาน
คราวนี้มันสนุก + ดียังไง (หลายๆข้ออาจจะเป็นเฉพาะที่ Exxonนะ)
- ตัว ABAP เอง โค้ดไม่ได้ซับซ้อนมาก และโปรแกรมแต่ละตัวค่อนข้าง monolith ไม่ยุ่งกับส่วนอื่นมาก จึงอ่านค่อนข้างง่ายกว่า
- ได้เรียนรู้ Business Process ไปกลายๆโดยไม่ตั้งใจ มีปัญหาก็ถาม Process Team ที่สนิทๆเอาได้ (เพราะเขาต้องถาม ABAP เรา)
- เนื้องานบังคับให้้อ่านโค้ดของคนไม่ซ้ำหน้า ตั้งแต่ที่เขียนไว้เมื่อทศวรรษก่อน (12 ปีที่แล้ว) จนถึงที่พึ่งเขียนไปไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้เห็นวิธีการเขียนด้วยสไตล์ที่ต่างกัน และถ้าคิดตามไปด้วย ระหว่างอ่านจะได้อารมณ์มาก เหมือนอ่านบทประพันธ์เลยด้วยซ้ำ
- Requirement ของแต่ละงานชัดเจน (เช่น จะเอาข้อมูลนี้มาแสดง ตรงนี้ แก้คำตรงนี้) มีขีดเส้นนิยาม”จบ” กับ “ไม่จบ” ชัดเจน ต่างจากงาน dev ที่เคยเจอ สโคบมักชอบขยับและเปลี่ยนเรื่อยๆ user เอาแน่ก็ไม่ค่อยได้ (ตัวอักษรเล็กไป สีไม่สวย ใส่กรอบหน่อย ขอ เปลี่ยน database structureเพื่อเก็บข้อมุลเพิ่ม)
- ได้ใช้สมองแก้ปัญหาตลอดเวลา เวลาหาบั๊กเจอหรือทำได้นี่มันสะใจมาก
- ได้ใช้ภาษาัอังกฤษเยอะสมใจอยาก
- บรรยากาศ (สถานที่ + คน) ในการทำงานดีมาก
- มีกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับงานให้เข้าร่วมบ่อยๆ มีอาหารทานฟรีบ่อยๆ
สรุปแล้ว ถ้าโอเคกับการนั่งขลุกอยู่กับโค้ด ตำแหน่งนี้ก็สนุกทีเดียวนะครับ ช่วงนี้เริ่มรู้สึกว่า Fix bug มันก็สนุกไม่แพ้ devใหม่หมด ซะแล้ว

“อ่านโค้ด เหมือนอ่านบทประพันธ์” คุณเข้าใกล้แล้ว
แต่ ในบอร์ดนี่
“ทำๆไปงาน support นี่ก็สนุกกว่าที่คิดนะ เหมือนแข่งกับตัวเอง (พวก Dev นี่เหมือนแข่งกับเวลา 555 )”
บาด…
“พวก Dev นี่เหมือนแข่งกับเวลา” << ไม่จริง
Dev เองก็ต้องแข่งกับตัวเองเช่นกัน คงจะแล้วแต่ที่ละมั้ง
ส่วนแข่งกับเวลานั้น มีแน่นอน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่แข่งกับตัวเองเลย
@teerapap 555 เจ็บไหมๆ
@tot_anusak ใช่ แล้วแต่ที่จริงๆ รอยเตอร์ระบบคงดี เลยไม่โดนเวลากดดันมาก
จริงๆเรื่องแข่งกับตัวเอง ผมว่าทำอะไรก็ต้องแข่งทั้งนั้นแหละ
แต่งาน dev หลายๆที่ แข่งกับเวลาเป็นหลัก โดนเน้นที่ให้เสร็จตาม deadline มาก จนโปรแกรมเมอร์ต้องยอมทิ้งคุณภาพของโค้ดไป ใช้เวลาปั่นงานให้เสร็จเร็วที่สุด โดยไม่มีเวลาพัฒนาตัวเองมากน่ะ บางครั้งอยาก refactoring โค้ดหรือลองเล่นนู่นเล่นนี้เพิ่ม แต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจ ต้องทำนอกเวลา (ซึ่งส่วนตัว ผมว่า บริษัทน่าจะมีเวลาเหลือให้โปรแกรมเมอร์พัฒนาฝีมือ และวิ่งไล่ตามเทคโนโลยีกับเทคนิคใหม่ๆบ้าง)
@ijemmy ถูกกก
dev ก็ต้องพัฒนาตัวเองครับ……พัฒนาแข่งกับเวลา ไม่รู้ก็ต้องรีบเรียนรู้ เพราะ deadline เท่าเดิม
แล้วเมื่อไหร่จะออกมารับจ๊อบร่ำรวยดีล่ะ หืม
@aruj มีจ๊อบให้เรามั้ยล่ะนาย? =D
เพิ่มว่า นอกจากแล้วแต่ที่แล้ว ยังแล้วแต่คนด้วยนะ
ตัวเราเองรู้สึกว่าพัฒนาช้ากว่าที่ควรจะเป็น ถ้าเทียบกับสภาพแวดล้อมที่ออฟฟิศ provide ให้ T T