4ปีในรั้วจามจุรี: #01 ก้าวแรกสู่รั้ววิศวกรรมคอมพิวเตอร์
ซี่รี่ย์บล็อคนี้เป็นอีกเวอร์ชั่นของ “รายงานชีวิต 4 ปีในรั้วจามจุรี” http://ijemmy.wordpress.com/2008/10/02/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%88/ โดยจะทำการรีมิกซ์ใหม่หมด ให้ความมีวิชาการลดน้อยลง และเน้นไปที่ความบันเทิงกับการถ่ายทอดประสบการณ์มากขึ้น
จริงๆกลุ่มเป้าหมายอยากให้คนที่ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัยอ่านมากกว่าครับ จะได้ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้ดีกว่าคนรุ่นก่อนๆ
แต่คิดว่าคนอ่านบล็อคผมส่วนใหญ่จะอายุเท่ากันหรือมากกว่าผม เพราะงั้นก็อ่านเอาสนุกไปละกันนะครับ
————————————————————————————————
—-เริ่มต้นใหม่ที่วิศวฯคอมจุฬา—-
————————————————————————————————
ผมเองก็เหมือนเด็กไทยทั่วๆไปครับ ถูกปลูกฝังมาให้เรียนให้ได้เกรดดีๆ เข้าม.ปลายก็เรียนสายวิทย์ซะ พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ต้องที่ที่มีชื่อเสียง เสร็จแล้วเลือกเรียนหมอ ไม่ก็เรียนวิศวฯ แล้วก็ไปเป็นมนุษย์เงินเดือนในบริษัทใหญ่ที่มั่นคง
ที่ไม่ค่อยเหมือนเท่าไร คือผมเป็นคนหัวกบฏ หลังจากจบม.ปลายสายวิทย์ด้วยเกรดเฉลี่ยสามปลายๆ…และสอบเอ็นทรานซ์รอบแรกได้คะแนนพอเข้าคณะวิศวฯคอม จุฬาฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว…
….ดันอยากจะไปเรียนรามฯแทนซะงั้น…
…ด้วยแรงบันดาลใจที่จะพิสูจน์ว่าคนเราไม่ว่าอยู่ที่ใด ถ้ามีความพยายามก็ประสบความสำเร็จได้ !!
………………
แต่เหมือนชะตาฟ้ากำหนด ที่ทำให้ผมเป็นคนหัวอ่อน….
ความคิดที่จะไปเรียนรามฯ จึงถูกลบออกไป….เพราะ…
…กลัวแม่ด่า…
…เลยจำใจต้องกลับเข้าวงจรเด็กไทยทั่วๆไป จนถึงปัจจุบัน
————————————————————————————————
—-เด็กเรียนเต็มอัตรา—-
ผมเป็นเด็กเรียนครับ
หลายๆคนมักจะเรียกตัวเองว่า “เด็กหลังห้อง” แต่ผมสามารถเรียกตัวเองว่า “เด็กหน้าห้อง” อย่างเต็มภาคภูมิ
ผมนั่งเรียนหน้าห้องมาตลอด แล้วก็ตั้งใจเรียนเกือบทุกคาบเสียด้วย (หรือทำหน้าตั้งใจเรียน ขณะกำลังเหม่อ)
นอกจากการเป็นเด็กหน้าห้องแล้ว ด้วยความที่แม่เป็นห่วงมาก ผมจึงมีพ่อแม่มารับมาส่งทุกวันแม้อยู่ม.ปลายแล้ว
เลิกเรียนก็รีบกลับบ้าน ไม่ค่อยได้อยู่สังสรรค์กับเพื่อนนักเรียนเท่าไร
โดยพื้นฐานแล้ว ผมจึงเป็นคนเรียบร้อย ขี้อาย เนิร์ดโดยใช้ไขสันหลังทำงานได้ และทำอะไรเองไม่เป็นนอกจากเรียน
ซึ่งก็ไม่ได้ลำบากอะไรผมมากครับ ชีวิตผมมีความสุขดีกับ”เพื่อนหน้าห้อง”ของผม จะเสียอยู่อย่างก็ตรงที่การใช้ชีวิตแบบนี้ ขาดประสบการณ์แหวกแนวหลายๆอย่าง
ที่สำคัญที่สุด ผมแทบไม่มีจากการเรียนตอนม.ปลายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ประสบการณ์” จากการทำกิจกรรม ซึ่งกลายมาเป็นเป้าหมายหนึ่งในการใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยของผม
————————————————————————————————
—-วิศวฯคอม กับ วิทยาคอม—-
หลายๆคนที่สนใจจะเรียนด้านคอมพิวเตอร์อย่างแน่วแน่แล้ว คงได้เจอกับปัญหาข้อนี้
ผมคิดว่าในอินเตอร์เน็ตมีคนอธิบายความแตกต่างของสองสาขานี้ในประเทศไทยไว้เกลื่อนแล้ว
แต่สมัยที่ผมยังหัวเกรียนอยู่ ถึงแม้จะรู้ความแตกต่างของทั้งสองที่ แต่ก็ใช่ว่าจะมั่นใจในการเลือกสายเท่าไร
ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งครับ สมมติว่ามันชื่อ”แสง”ก็แล้วกัน นั่งข้างกัน เรียนด้วยกัน อยู่ด้วยกันตลอดเวลาในโรงเรียน จนเพื่อนๆมักจะคิดว่าเป็นคู่เกย์กัน
เมื่อขึ้นม.6 เพื่อนผมก็อยากเรียนด้านคอมพิวเตอร์เหมือนกับผม
เคยคิดจะตั้งบริษัทเขียนเกมกับเพื่อนด้วย ตอนนั้นเขียนโปรแกรมไม่เป็น บอกเพื่อนไปว่า
“คุณไปฝึกเขียน C มานะ ส่วนคุณ(อีกคน)ไปเรียน PHP เดี๋ยวผมไปฝึกเขียน Java พอตั้งบริษัทแล้ว เราเขียนเป็นตั้งสามภาษา รุ่งแน่”
…เอ้อ คิดไปได้นะตอนนั้น
ในขณะที่หลายๆคนเลือกไปเรียนคณะเดียวกันกับเพื่อน ทั้งๆที่ชอบกันคนละทาง
ใครจะคิดล่ะครับ ว่าเพื่อนที่สนิทกันมาก จะเลือกเรียนคนละคณะ ทั้งๆที่ชอบด้านคอมพิวเตอร์เหมือนกัน
ณ เวลานั้น ผมกับไอ้แสงเพื่อนสนิท สอบเอ็นท์รอบแรกจบไป ด้วยคะแนนพอจะเข้าได้ทั้งวิศวฯคอมและวิทยาคอมจุฬาฯ
ไอ้แสง: “เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะไปจุฬาฯนะ กะว่าจะไปขอหลักสูตรวิศวฯคอม กับวิทยาคอม แล้วเดี๋ยวเอามาเทียบดู”
ผม: (ตามประสาเด็กเรียนเต็มอัตรา)”จะโดดเรียนเลยเรอะ โดนเรียนไม่ดีนะเว้ย”
ไอ้แสง: “อืม เสาร์อาทิตย์เค้าก็ไม่เปิดนิ จะได้ตัดสินใจซักที”
ผม: (ด้วยความเป็นเด็กที่พ่อแม่มารับทุกวัน ไปจุฬาฯเองไม่เป็น) “อืมๆ หยิบมาแล้ว เอามาให้ผมดูด้วยนะ”
ไอ้แสง: “ได้ เดี๋ยวจะหยิบมาเผื่อ”
(สองวันถัดไป)
ผม: “ไปแล้วเป็นไง บ้าง”
ไอ้แสง: “ชอบวิทยาว่ะ ชอบบรรยากาศ รุ่นพี่ที่นั่นเฟรนด์ลี่มาก มีพาเราไปดูตึกเรียนด้วย”
ผม:”แล้ววิศวฯล่ะ?”
ไอ้แสง:”ไม่มีอะไรมาก ก็ไปแค่ที่ทะเบียน แล้วก็ขอหลักสูตรเขามา”
ผม:”แค่นั้น? แสดงว่าจะไปวิทยาฯ?”
ไอ้แสง: “อืม รู้สึกอย่างนั้น”
แสงดึงเอกสารที่ไปขอมาเมื่อวานวางลงบนโต้ะ เป็นหนังสือเล่มหนึ่ง และกระดาษแม็คติดกันคล้ายชีทหลายชุด
ผม:”พวกชีทนี่คือ”
ไอ้แสง:”หลักสูตรของวิทยา”
ผมพลิกดูคร่าวๆ อ่านรายละเอียดของแต่ละวิชาผ่านๆ วิชาส่วนใหญ่ที่เห็นออกไปทางสายคณิตศาสตร์
ผม:”แล้วของวิศวฯล่ะ”
ไอ้แสง:”เล่มนี้”
แสงยื่นหนังสือเย็บอย่างดีให้ผม ข้างในมีหลักสูตรของภาควิชาในวิศวกรรมทั้งหมด จัดพิมพ์ด้วยกระดาษอย่างดี ปกก็เคลือบ
ผม:”เอ่อ…”
ผมมองไปยังเอกสารที่เป็นชีทเป็นแผ่นๆที่เป็นหลักสูตรของววิทยาฯ….
ผม:”…(ทำไมงบมันต่างกันนักวะ?)….”
หลังจากตัดสินใจอยู่นาน ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างที่ขี้เกียจเล่าในที่นี้ ผมก็ตัดสินใจเข้าวิศวฯคอม
ตอนนั้นค่อนข้างใจหายเหมือนกัน ที่จะต้องจากเพื่อนไป เพราะจริงๆแล้วผมก็รู้สึกว่าทั้งสองคณะเป็นคณะที่น่าเรียนกันคนละอย่าง
ไม่กี่เดือนต่อมา แสงได้ติดรับตรงเข้าคณะวิทยาฯคอมฯ จุฬาฯ (โดยมีคะแนนเอ็นท์สูงกว่าอันดับหนึ่งของคณะวิทยาฯคอมปีนั้น)
ครึ่งปีผ่านไป ผมยื่นเอ็นทรานซ์ติดคณะวิศวฯคอมฯ จุฬาฯ
ชีวิตก็แยกกันเดินไปตามการตัดสินใจของตน
————————————-
ปัจจุบัน….
ไอ้แสงได้ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น กำลังจะไปเรียนต่อด้าน Human Interface ที่มหาวิทยาลัยโตเกียวในเดือนเมษายน
ส่วนเจมมี่สมัครงานติดบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และเข้าสู่วงจรต่อไป…

ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งครับ สมมติว่ามันชื่อ”แสง”ก็แล้วกัน <<< ขอย้ำแทนเพื่อนว่า “สมมติ” ครับ
つづく
อืมมม สี่ปีที่ผ่านมา แกก็ยังเกรียนเหมือนตอนม.ปลายเลยว่ะ 555
เกรียนเมพขิงๆ
ปล.ตอนนี้อ่านเพลินดี คนชื่อแสงนี่หน้าตาดีเนอะ