แนะนำการสอบโทอิค (สอบ TOEIC)

ไม่ได้เขียนบล็อคมานานแล้ว แต่เนื่องจากเรื่องนี้ตั้งใจจะบันทึกไว้

สาเหตุเพราะ ก่อนไปสอบเกิดอาการวิตกกังวล เลยพยายามเซิร์ชหาบล็อคที่มีคนเล่าประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ในการเข้าสอบโทอิค

ปรากฏว่าเจอแต่พวกอารมณ์ประมาณว่าบ่นๆ เสียส่วนใหญ่ ไม่ได้มีบรรยายข้อมูลในการสอบมาก

เลยมาบันทึกเก็บไว้ที่นี่ สำหรับคนที่ต้องไปสอบ (ถ้าคุณเผอิญเซิร์ชเจอเวปผม) หรือเผื่อว่าผมต้องไปสอบใหม่ – -” จะได้เตือนตัวเอง

แบ่งเนื้อหาออกเป็นสามส่วน เลือกอ่านเองละกันครับ

เรื่องการสอบ
– ขอละเรื่องเนื้อหาภาษาอังกฤษครับ เพราะไม่ได้เตรียมตัวในการสอบครั้งนี้เลย :’( และเรื่องพรรค์นี้คงหาอ่านได้เกร่อในเน็ตและตามร้านหนังสือแล้ว
- ศึกษาโครงสร้างของข้อสอบ ว่ามีประเภทใดบ้าง (2 parts มีอะไรบ้าง แต่ละพาร์ทมีโจทย์กี่ประเภท incomplete sentence, photograph ฯลฯ) แต่ละประเภทของโจทย์มีอัตราส่วนเท่าไร ได้ไม่ต้องเสียแรงตอนก่อนสอบ ในการนั่งอ่านคำสั่ง ศึกษาการ
- ก่อนการสอบ วางแผนการทำข้อสอบให้เรียบร้อยใน part reading อย่าไปวางแผนในห้องสอบ เช่น 20นาที ในส่วนของการเติมคำ 35 นาทีในส่วน passage ฯลฯ
– ควรรู้ว่าการอสอบเป็นแบบ sprint test มอง ตัดสินใจ กา, มอง ตัดสินใจ กา, อย่างคิดมากหรือทบทวน เพราะจะทำไม่ทัน ผมถึงแนะนำให้คุณทำสองข้อข้างบนไว้
- พักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะการสอบเป็นสองช.ม.ที่ทรหดต่อร่างกายและจิตใจมากพอควรเลยทีเดียว ถ้าหยุดพักก็แทบจะทำไม่ทัน
- มีสติและหมั่นสำรวจนาฬิกาว่าเลยไปกี่นาทีแล้ว แต่อย่าให้เวลากดดันตัวเอง
- ผมเชื่อว่าสิ่งที่จะทำให้คุณได้คะแนนในระดับสูง 700-800 ไม่ใช่เพราะพื้นฐานภาษาอังกฤษคุณดีเยี่ยม (แต่ดีก็พอ) แต่คือสมาธิ การคุมสติไม่ให้กระเจิง
- ส่วนใครที่ตั้งเป้า 600 นี่ไม่ยากหรอ
- ส่วน listening ทุกพาร์ทพูดรอบเดียวเท่านั้น !!

  1. Photographs ง่าย แต่หลงทางได้ง่ายในบางข้อ เพราะบางข้อมันกำกวม ต้องเก็บรายละเอียดให้ดี
  2. Question-Response ง่าย เทคนิคที่ใช้ได้คือการรอช่องระหว่าง การอ่านเลขข้อ กับตัวเนื้อคำถาม แล้วฟังคำๆแรกให้ดีๆ (quention 73…..who what when where how ฯลฯ) แค่นี้ก็เดาคำตอบได้ถูกประมาณ 70-80% แล้ว (มีบางข้อจะหลอกคุณจริงๆ)
  3. Short Conversationปานกลาง เทคนิคคือ ให้รีบฝน แล้วอ่านคำถามข้อถัดไปล่วงหน้า จะทำให้คุณจับเค้าเนื้อเรื่องถัดไปได้ลางๆ ฟังสะดวกขึ้น
  4. Short Talks ตอนแรกคิดว่าพาร์ทนี้จะยาก แต่ออกมากลางๆแฮะ ส่วนนี้เทคนิคคล้ายๆกัน คือให้รีบกา แล้วอ่านคำถามข้อถัดไปล่วงหน้า สำหรับส่วนนี้ การ skim คำถามก่อนมีความจำเป็นค่อนข้างมาก เพราะบางครั้ง ผู้พูดจะพูดรัว และเร็ว ทำให้แม้คุณจะฟังออก แต่จับเนื้อหาจุกจิกได้ไม่หมด แล้วคำถามเสือกถามตรงนั้นพอดี
    พาร์ทนี้ขนาดเตือนตัวเองแล้ว ว่าอย่าจิตหลุด (อ่านมาจากบล็อคพี่เนย) ยังหลุดไปเกือบสิบข้อ T.T

- ส่วน Reading เป็นการสอบแบบ sprint เวลาถูกกำหนดให้ทำทันพอดี 75 นาที 100 ข้อ แถมมี reading ที่แม้จะไม่ยาว แต่ก็ไม่สั้นแล้วต้องเสียเวลาตีความให้เข้าใจพอสมควร ถือว่าเร็วมากทีเดียว

  1. Incomplete Sentences เป็นส่วนที่ง่ายที่สุด ถ้าจำไม่ผิดมี 40 ผมทำเสร็จในเวลา 30 นาทีมั้ง ซึ่งถือว่าช้าไปพอควรเลย (ลืมคิดจุดนี้ไป เตือนตัวเองด้วยอย่าพลาดเหมือนผม T.T) ทำให้ไปลนตอนท้ายๆ ซึ่งต้องใช้การประมวลผลและวิครเาห์มากกว่า เน้นย้ำว่าเป็นพาร์ทเดียวที่คุณอ่านปุ๊บตอบปั๊บได้โดยความเสี่ยงน้อยที่สุด
  2. Error Recognition พาร์ทนี้ยากที่สุดในการสอบ แต่ใช้เวลาน้อยกว่า Reading (ส่วนสุดท้าย) ถ้าคุณไม่เทพฯจริง (กะฟัน 900+) ก็อย่าเสียเวลากับข้อที่หาไม่เจอมาก ใช้เซนส์หรือกามั่วข้อเดียวไปเลย ไม่ต้อเว้นไว้ เว้นไว้ก็กลับมาทำไม่ทันหรอก
  3. Reading Comprehension ไม่ยากมาก แต่กินเวลา เป็นจุดที่ตัดแบ่งพวกที่เตรียมตัวมาแต่เนื้อหา แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเค้าให้ทำแค่ข้อละไม่ถึงนาที !! กับพวกที่เอะใจก่อน เทคนิคที่ใช้โดยทั่วไปคือการอ่านคำถามก่อน จับคีย์เวิร์ด แล้ว skim หา keyword ใน paragraph (กรณีที่มันยาว) จุดที่ทำให้ยาก คือคำถามและช้อยซ์จะไม่ใช้ศัพท์เดียวกันกับเนื้อหาตรงๆ (แบบดูปุ๊บตอบได้ปั๊บ) แต่ใช้คำที่มีความหมายเดียวกัน หรือประโยคที่สื่อในความหมายเดียว (อ่านแล้วต้องคิดก่อน ถึงจะรู้ว่ามันหมายความอย่างเดียวกันนี่หว่า)
    ถ้าคุณจะ skim ในส่วนนี้ ให้ระวัง keywords ลวงให้ดี สกิมแบบเข้าใจคร่าวๆไม่ใช่เช็คแค่ keyword เพราะมีการหลอกเยอะมาก เช่น โจทย์ถามราคา คุณ skim หาแค่ราคา แต่มันเสือกมีราคาซ่อนอยู่มากกว่าหนึ่งที่ คุณก็ดันไปตอบไอ้ราคาตัวแรกไปเลยโดยไม่ดูต่อ

- ช่วงแรก พยายามฝนเนื้อหาให้เสร็จทันภายในเวลา คนพูดจะบอกเร็วมาก ยกมือขัดเค้าซะ เพราะเวลายังไม่ได้เริ่มนับ จะนับเมื่อเริ่มทำคข้อสอบ(ไม่ใช่เพื่อส่วนตัว เพราะผมเชื่อว่าแม่งฝนกันไม่ทันหมดแหละ แต่ไม่มีใครยกมือหยุดเจ๊แก หรือยกมือแล้ว แต่เจ๊แกก็ยังพูดรัวไม่หยุด) ยอมรับความจริงส่วนหนึ่งว่าพนักงานเค้าอยากกลับบ้านเร็ว + พูดทุกวันจนคล่องและเบื่อ เลยคิดว่าไอ้การฝนแบบสลับซับซ้อนนี่เป็นเรื่องธรรมดา

หมดแล้วครับ หวังว่าคุณจะคุมสติได้ในการสอบครับ เพราะโชคไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเท่าไร

เรื่องส่วนตัว
ไว้เดี๋ยวมาเขียนถ้ามีอารมณ์ (ฝนตกอยู่ ฟ้าจะผ่าคอมเอา)

เรื่องการจัดการ

ผมค่อนข้างประทับใจการทำงานของที่นี่มาก ระบบมีการเตรียมการเป็นอย่างดี การคุมการสอบเข้มดี การไลน์แถว การตรวจทานข้อมูล ความพร้อมของพนักงาน การหาสถานที่นั่งให้ (ที่”ร้านนั้น”) โดยไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหารเพื่อจะได้มีที่นั่งรอ (ตึกนี้ไม่มีที่นั่งจริงๆ) ข้อเสียอย่างเดียวคือพนักงานที่นี่เหมือนหุ่นยนต์มากไป (พอเข้าใจว่าทำทุกวันจนชิน) สามารถพูดอธิบายได้เร็วพอๆหรือเร็วกว่าโจอี้บอยได้ (ใครจะฟังทันวะ)

ข้อเสียอีกอย่างนึงคือ คุณควรจะมีที่จัดเก็บกระเป๋าหรือรับฝากเป็นสัดส่วนมากกว่านี้ ไม่ก็แจ้งซะแต่แรกว่าอย่าเอากระเป๋าหรือของมีค่ามา การให้วางทิ้งไว้บนชั้นโดยเขียนป้ายเตือนว่าถ้าหายกูไม่รับผิดชอบ เป็นอะไรที่แสดงให้เห็นว่า Customer Relation คุณห่วยมาก (ถึงคุณจะไม่ต้องการมันก็เถอะ อย่าให้มันแย่นัก)

~ by ijemmy on October 10, 2007.

31 Responses to “แนะนำการสอบโทอิค (สอบ TOEIC)”

  1. งืมม มีประโยชน์

  2. 5555 ฟังดูสนุกดี
    ไว้จะไปสอบมั่ง
    ตกลงยังไม่ได้เล่าให้ฟังอยู่ดีว่าไปสอบมาทำไมเนี่ย?
    อย่างแกคงได้เก็บเต็มอยู่แล้วมั้ง ขอให้คะแนนออกมาดีนะ

  3. คงไม่ได้มีเวลามาเล่าและ ช่วงนี้ยุ่ง

    เรื่องของเรื่องคือ ซีเมนไทยให้ voucher ลดราคามา สอบแค่ 550 จาก 1000 กูก็เลยโทรไปนัดเวลาเรียบร้อย พอใกล้วันจริงกะว่าจะแคนเซิ่ล เพราะยังไม่ได้เตรียมตัวเลย (เค้าตอ้งแคนเซิ่ลล่วงหน้าหนึ่งวัน)

    ก่อนสอบวันนึงที่ต้องไปแคนเซิ่ล พอดีกูหลับ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็สี่โมงครึ่ง โทรไปไม่ทัน เลยต้องจำใจไปสอบ – -” เตรียมตัวอยู่ตอนกลางคืนสามช.ม. แล้วก็หงุดหงิดๆไปสอบ

    ส่วนคะแนน ได้
    465 กับ 415
    รวม 880

  4. น้องเราเคยไปทำงานอยู่ที่ TOEIC อยู่ประมาณ 3-4 เดือนก่อนบินไปญี่ปุ่นอ่ะ
    เป็นคนคุมสอบมาก็หลายครั้ง
    สงสัยอะไรฝากเราถามน้องได้นะ

    อ้อ คะแนนแกมันระดับพระเจ้าเลยนะ
    คะแนนเต็มมัน 890 รึเปล่า ไม่แน่ใจ

  5. ถามน้องมาละ คะแนนเต็มคือ 990
    แถมพ่วงทิ้งท้ายมาด้วยว่า แกแมร่งเก่งสัด

  6. อ่าาา เซฟไว้แล้ว ไว้จะสอบแล้วจะมาอ่าน
    จริงๆ กะจะไปสอบเหมือนกัน เพราะ voucher นี่แหละ แต่ติดค่ายบิตไบต์
    (ทำให้พลาดหลายเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย)

  7. ได้มากกว่าเราอีก T-T ได้ 815 เองง่ะ 485+3..

    เดาว่าคะแนนห่วยเพราะ error check น่ะแหละ ทำให้ทำ reading ไม่ทันมากมาย

    แต่ดูแล้วเจมมี่นี่วางแผนดีจิงๆน๊า เราไปแบบไม่คิดไรเลย ไม่รู้ด้วยว่ามันสอบไรมั่ง เพราะค่าสอบมันถูก (ผ่านปูนเหมือนกัน แต่เรา 500 เอง 555+) ได้น้อยก็ไม่ค่อยเสียใจ

    ล่าสุดเสียใจกะโทเฟลมาก สอบทีละ 6000 T-T รู้เลยว่าไม่ยากอ่ะ แต่เป็นเพราะไม่ได้เตรียมตัว แงๆ

    แต่ได้โทอิคเยอะๆก็อย่าเข้าปูนเลย ไป exxon หรือ ปตท.สผ.ดีกว่านะ เก็บตังๆๆ

  8. เก่งเว้ยๆ ได้ตั้ง 880

  9. อ่านดูแล้วพี่ๆเก่งทุกคนเลย สอนบ้างได้ไหมค่ะน้องพึ่งเรียนจบคะอยากสอบบ้าง ต้องขอบคุณมากๆนะค่ะที่แนะนำการสอบให้ น้องจะได้มีเวลาเตรียมตัวในการสอบ น้องไม่เก่งภาษาเลยแต่จะพยายามีค่ะ

  10. ตอบคุณ maleewan

    มีคำแนะนำจากมุมมองส่วนตัวว่า พยายามอย่าเรียนภาษาครับ ให้”ใช้”ภาษา เราถึงจะเก่ง
    ถ้าอ่านบ่อยๆก็จะอ่านเก่ง ถ้าฟังบ่อยๆก็จะฟังเก่ง
    (ส่วนผมไม่เคยพูด น่าจะเดาได้ว่าพูดได้แย่แค่ไหน)
    ภาษามีความเป็นศิลป์มากกว่าศาสตร์ครัับ จะเรียนแบบวิชาคำนวนไม่ได้

  11. ไปสอบกันที่ไหนหรอค่ะแล้วไปสอบได้เลยหรือเปล่า ต้องรอช่วงที่เปิดสอบรึเปล่า เพราะต้องใช้สมัครงานค่ะ

  12. http://www.toeic.co.th/

    ต้องโทรนัดล่วงหน้าครับ เปิดสอบอยู่ตลอดนะ เท่าที่รู้

  13. อิอิ
    ขอบจายนะ
    ว่าจะไปสอบอยู่
    ดีได้รู้รายละเอียดก่อง

  14. ทำไปได้ไง สอบกันตั้ง 800-900 ผมไปสอบ มาครั้งแรกได้ มา 425 เอง 255+170 จ๊อด ทำไม่ทัน
    ฟัง ก๋ไม่ยาก รู้นะว่าตอบแบบไหน แต่ลืม ว่ามันข้อเอ หรือ บี หว่า ฮๆๆๆ ยากในส่วนของ ฟังอันหลัง มันถามหลายข้อทีเดียวอะ ทำไม่คอยทัน ส่วน อ่านอะนะ 60 ข้อแรก มู๋สุดเลย 40 ข้อหลังไม่ได้ทำหมดเวลาซะก่อน ฮาๆๆ เดี๋ยวคาวหน้าไปสอบไหม่ วังว่า คง จะ600+เนอะ 800 เนีย มันต้องๆๆๆ สมาธิดีๆๆฟังไม่หลุดที่สำคัญเลย ส่วนอ่าน 100 ข้อนี้แหละปัญหา ทำไม่ทัน ฮาๆๆๆๆ

  15. คะสอนนี้หนูคิดจาเปนแอร์แต่คุนแม่บอกว่าต้องมีคะแนนโทอิคกะโทเฟ่ว หนุอยากรุว่ายากมากมั้ยคะแล้วต้องเตรียมตัวยังไงบ้างคะ

  16. คะสอนนี้หนูคิดจาเปนแอร์แต่คุนแม่บอกว่าต้องมีคะแนนโทอิคกะโทเฟ่ว หนุอยากรุว่ายากมากมั้ยคะแล้วต้องเตรียมตัวยังไงบ้างคะ

  17. กำลังคิดว่าจะไปสอบ
    ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรดี
    จะอ่านตรงไหน เตรียมเน้นเรื่องไหน
    อ่านแล้วก้อดีมากเลยนะติดต่อกลับมาด้วยนะคะ

  18. ในห้องสอบทำไม่ทันจริงๆแหละอย่างที่ความเห็นข้างบนบอก
    จิตหลุดปาจำ….
    ทำไม่ทันตลอดเลย..ตื่นเต้นมั้ง..
    แต่อยู่บ้านทำได้670++ ตลอดเลย
    แก้ไขไงดี
    เซ็งจิตเจงเจง

  19. ตอบเหมือนเนื้อหาในบล็อคแหละครับ

    ส่วนการเตรียมตัว ผมไม่ได้เตรียมตัวดีเท่าไร (อย่างที่บอกคือเตรียมแค่คืนเดียว)

    ในแง่ listening ผมใช้วิธีทำข้อสอบในอินเตอร์เน็ตที่เค้ามีให้ลองทำกัน (เป็น mock test ที่ทำเลียนแบบ) มันช่วยเราในลักษณะรูปแบบคำถาม แล้วก็ช่วยปรับสำเนียงที่เราฟังด้วย เผื่อใครไม่ชอบแอคเซนท์แบบที่เขาใช้สอบ

    ส่วน reading ไม่ได้เตรียมอะไรไปเลยครับ

    ในร้านหนังสือ มักจะมีหนังสือประเภทเตรียมสอบโทอิคอยู่เยอะเหมือนกัน แนะนำให้ลองดูครับ แต่หนังสือดีๆของต่างประเทศราคาจะแพงหน่อย

  20. เจออีกบล็อคหนึ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เป็นเล่าประสบการณ์เหมือนกัน ใครสนใจลองไปอ่านดูนะครับ

    http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=merveillesxx&group=4&month=05-2007&date=24&gblog=45

  21. จะปั่นหน้านี้ให้ติด search engine สินะ 555

  22. ขอบคุณมากนะครับ
    ผมก็เพิ่งรู้จัวว่าจะต้องไปสอบเพราะงานที่สมัครไว้เค้าต้องการ
    ไม่ได้ตั้งตัวเลย แต่ทำใจไว้แล้ว
    กรรม จริงๆ เลยเรา

  23. ยังดีกว่าเราตั้งเยอะ เราเผลอหลับไปเพราะแอร์เย็นมากๆ
    ไม่รู้เป็นโรคอะไร โดนแอร์ไม่ได้เป็นหลับทุกที
    เตรียมตัวเหรอไม่ค่อยมีเวลาหรอก ทำงานก็เหนื่อยหลับแล้ว อิอิ
    ก่อนสอบไม่มีอะไรในหัวเลย กลวงมากๆๆๆๆๆๆๆ
    เราหลับไปตั้งแต่พาร์ทแรกยังไม่เสร็จ ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงหลับไปแล้ว
    กระดาษคำตอบเราดุไม่ได้เลย ฝนไม่ตรงช่อง ตื่นมาอีกทีก็โน่นล่ะเหลือเวลาไม่ถึงสี่สิบนาที
    แต่เราเหลือข้อสอบที่ยังไม่ทำประมาณเก้าสิบข้อ ตายละวา ทำไงดีหว่า?
    สุดท้ายเลยตัดสินใจอ่านเท่าที่อ่านทัน ส่วนที่คิดว่าไม่ทันก็ฝนไปก่อน
    เอาเสร็จเข้าไว้ คะแนนที่ได้ห่วยมาก เราจำไม่ได้หรอกว่าแต่ละพาร์ทได้เท่าไหร่
    จำได้แต่คะแนนรวมคร่าวๆอะ สี่ร้อยกว่า หรือห้าร้อยกว่านี่ละ
    ห่วยมาก ไม่เป็นไร คราวหน้ามีอีก ได้บทเรียนมาแล้วครั้งนึง
    ครั้งต่อไปน่าจะดีขึ้นกว่านี้ 555

  24. ขอบคุณมากเลยเจมมี่
    มีประโยชน์จิงๆ ^^

  25. เป็นคำแนะนำที่ละเอียดดีจริงๆนะเนี่ย

    แนะนำเทคนิคส่วนตัวนิดนึงละกัน (ไม่รับประกันว่าจะเวิร์กกับทุกคน)
    คือในพาร์ท reading เราค่อนข้างจะอ่อนด้อยในส่วน error recognition มาก
    ดังนั้น เราเลยทำ reading comprehension ก่อน เพราะว่าน่าจะเก็บคะแนนได้เยอะกว่า และเพราะมันเป็นพาร์ตที่ถ้าเราทำเร่งๆแล้วมันจะเน่าไปเลย ไม่คุ้มเสีย ส่วน error เราเก็บมันไว้ทำพาร์ตสุดท้ายโดยจะให้เหลือเวลาประมาณ 15 นาที เพราะว่า ถ้าทำไม่ทันจริงๆ เราสามารถเร่งทำพาร์ตนี้ได้ (อ่าน ใช้เซนส์ ตอบ เร่งสุดๆใช้เวลาประมาณข้อละไม่เกิน 15 วินาที)

    ส่วน listening เราขอเสริมว่า พาร์ตรูปกับพาร์ต question-respond บางข้อ(ส่วนน้อย) คำตอบมันจะหลอกๆ แบบฟังเป็นคำๆแล้วดูเหมือนจะใช่แต่ความหมายทั้งประโยคแล้วมันไม่ใช่ เวลาเราทำถ้าเจอข้อที่น่าจะใช่ เราจะโน้ตไว้ก่อน (ประมาณว่าขีดเส้นเบาๆในกระดาษคำตอบ) แล้วรอฟังให้ครบทั้ง 4 ข้อ เพื่อเลือกข้อที่ดีสุด และขอเน้นว่า ถ้าเขาเริ่มพูดข้อต่อไปแล้ว ให้ตัดกังวลข้อก่อนหน้าทิ้งไป “จงมั่วไปเลย โอกาสถูกตั้งเยอะ” ไม่งั้นมันจะเน่าต่อเนื่องเป็นโดมิโน

    ใครจะลองเอาไปใช้ก็ได้นะ ขอให้ทุกคนสอบได้คะแนนดีๆครับ ^^

  26. thank a lot sir!!!

  27. อะไรคะแนนมันจะสูงปานนั้นคร้า…..

  28. อยากสอบถามว่า แค่อานหนังสือ และฟังเทปเตรียมสอบ แบบตั้งใจ

    โดยไม่ต้องไปเรียนนี่ จะทำได้เกิน 650 มั้ยครับ ขอบคุณครับ

    • ขึ้นอยู่กับพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษของเราเป็นหลักมากกว่าครับ เรื่องไปเรียน ผมคิดว่า ถ้ามีวินัยในตนเอง ไม่ต้องเสียเงินแพงๆหรอกครับ

      มีเพื่อนที่ไม่ได้เตรียมตัวเลย แถมยังเผลอหลับในห้องสอบด้วย ได้มา 930 – -”

      ผมเชื่อคิดว่าการเตรียมตัวแค่เพื่อสอบโทอิคอย่างเดียว (ซ้อมทำโจทย์/วางแผนเวลา) ในระยะสั้นๆ (1-2 สัปดาห์) ช่วยได้แค่ประมาณ +-100 คะแนน อย่างมากครับ ยัีงไงภาษาก็ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ค่อนข้างเยอะ

  29. ผมงงมาก ถ้าเขาต้องเอาบุคลากรที่เก่งภาษาอังกฤษทำไมไม่รับพวกจบด้านเอกอังกฤษ
    มารับวิศวกรทำไม รู้พอฟังได้เขียนได้นิดหน่อยพูดได้นิดนึงก็พอแล้ว

  30. สนใจเรียนเพื่อสอบToeic

Leave a Reply