ไม่ได้เขียนบล็อคมานานแล้ว แต่เนื่องจากเรื่องนี้ตั้งใจจะบันทึกไว้

สาเหตุเพราะ ก่อนไปสอบเกิดอาการวิตกกังวล เลยพยายามเซิร์ชหาบล็อคที่มีคนเล่าประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ในการเข้าสอบโทอิค

ปรากฏว่าเจอแต่พวกอารมณ์ประมาณว่าบ่นๆ เสียส่วนใหญ่ ไม่ได้มีบรรยายข้อมูลในการสอบมาก

เลยมาบันทึกเก็บไว้ที่นี่ สำหรับคนที่ต้องไปสอบ (ถ้าคุณเผอิญเซิร์ชเจอเวปผม) หรือเผื่อว่าผมต้องไปสอบใหม่ – -” จะได้เตือนตัวเอง

แบ่งเนื้อหาออกเป็นสามส่วน เลือกอ่านเองละกันครับ

เรื่องการสอบ
– ขอละเรื่องเนื้อหาภาษาอังกฤษครับ เพราะไม่ได้เตรียมตัวในการสอบครั้งนี้เลย :’( และเรื่องพรรค์นี้คงหาอ่านได้เกร่อในเน็ตและตามร้านหนังสือแล้ว
- ศึกษาโครงสร้างของข้อสอบ ว่ามีประเภทใดบ้าง (2 parts มีอะไรบ้าง แต่ละพาร์ทมีโจทย์กี่ประเภท incomplete sentence, photograph ฯลฯ) แต่ละประเภทของโจทย์มีอัตราส่วนเท่าไร ได้ไม่ต้องเสียแรงตอนก่อนสอบ ในการนั่งอ่านคำสั่ง ศึกษาการ
- ก่อนการสอบ วางแผนการทำข้อสอบให้เรียบร้อยใน part reading อย่าไปวางแผนในห้องสอบ เช่น 20นาที ในส่วนของการเติมคำ 35 นาทีในส่วน passage ฯลฯ
– ควรรู้ว่าการอสอบเป็นแบบ sprint test มอง ตัดสินใจ กา, มอง ตัดสินใจ กา, อย่างคิดมากหรือทบทวน เพราะจะทำไม่ทัน ผมถึงแนะนำให้คุณทำสองข้อข้างบนไว้
- พักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะการสอบเป็นสองช.ม.ที่ทรหดต่อร่างกายและจิตใจมากพอควรเลยทีเดียว ถ้าหยุดพักก็แทบจะทำไม่ทัน
- มีสติและหมั่นสำรวจนาฬิกาว่าเลยไปกี่นาทีแล้ว แต่อย่าให้เวลากดดันตัวเอง
- ผมเชื่อว่าสิ่งที่จะทำให้คุณได้คะแนนในระดับสูง 700-800 ไม่ใช่เพราะพื้นฐานภาษาอังกฤษคุณดีเยี่ยม (แต่ดีก็พอ) แต่คือสมาธิ การคุมสติไม่ให้กระเจิง
- ส่วนใครที่ตั้งเป้า 600 นี่ไม่ยากหรอ
- ส่วน listening ทุกพาร์ทพูดรอบเดียวเท่านั้น !!

  1. Photographs ง่าย แต่หลงทางได้ง่ายในบางข้อ เพราะบางข้อมันกำกวม ต้องเก็บรายละเอียดให้ดี
  2. Question-Response ง่าย เทคนิคที่ใช้ได้คือการรอช่องระหว่าง การอ่านเลขข้อ กับตัวเนื้อคำถาม แล้วฟังคำๆแรกให้ดีๆ (quention 73…..who what when where how ฯลฯ) แค่นี้ก็เดาคำตอบได้ถูกประมาณ 70-80% แล้ว (มีบางข้อจะหลอกคุณจริงๆ)
  3. Short Conversationปานกลาง เทคนิคคือ ให้รีบฝน แล้วอ่านคำถามข้อถัดไปล่วงหน้า จะทำให้คุณจับเค้าเนื้อเรื่องถัดไปได้ลางๆ ฟังสะดวกขึ้น
  4. Short Talks ตอนแรกคิดว่าพาร์ทนี้จะยาก แต่ออกมากลางๆแฮะ ส่วนนี้เทคนิคคล้ายๆกัน คือให้รีบกา แล้วอ่านคำถามข้อถัดไปล่วงหน้า สำหรับส่วนนี้ การ skim คำถามก่อนมีความจำเป็นค่อนข้างมาก เพราะบางครั้ง ผู้พูดจะพูดรัว และเร็ว ทำให้แม้คุณจะฟังออก แต่จับเนื้อหาจุกจิกได้ไม่หมด แล้วคำถามเสือกถามตรงนั้นพอดี
    พาร์ทนี้ขนาดเตือนตัวเองแล้ว ว่าอย่าจิตหลุด (อ่านมาจากบล็อคพี่เนย) ยังหลุดไปเกือบสิบข้อ T.T

- ส่วน Reading เป็นการสอบแบบ sprint เวลาถูกกำหนดให้ทำทันพอดี 75 นาที 100 ข้อ แถมมี reading ที่แม้จะไม่ยาว แต่ก็ไม่สั้นแล้วต้องเสียเวลาตีความให้เข้าใจพอสมควร ถือว่าเร็วมากทีเดียว

  1. Incomplete Sentences เป็นส่วนที่ง่ายที่สุด ถ้าจำไม่ผิดมี 40 ผมทำเสร็จในเวลา 30 นาทีมั้ง ซึ่งถือว่าช้าไปพอควรเลย (ลืมคิดจุดนี้ไป เตือนตัวเองด้วยอย่าพลาดเหมือนผม T.T) ทำให้ไปลนตอนท้ายๆ ซึ่งต้องใช้การประมวลผลและวิครเาห์มากกว่า เน้นย้ำว่าเป็นพาร์ทเดียวที่คุณอ่านปุ๊บตอบปั๊บได้โดยความเสี่ยงน้อยที่สุด
  2. Error Recognition พาร์ทนี้ยากที่สุดในการสอบ แต่ใช้เวลาน้อยกว่า Reading (ส่วนสุดท้าย) ถ้าคุณไม่เทพฯจริง (กะฟัน 900+) ก็อย่าเสียเวลากับข้อที่หาไม่เจอมาก ใช้เซนส์หรือกามั่วข้อเดียวไปเลย ไม่ต้อเว้นไว้ เว้นไว้ก็กลับมาทำไม่ทันหรอก
  3. Reading Comprehension ไม่ยากมาก แต่กินเวลา เป็นจุดที่ตัดแบ่งพวกที่เตรียมตัวมาแต่เนื้อหา แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเค้าให้ทำแค่ข้อละไม่ถึงนาที !! กับพวกที่เอะใจก่อน เทคนิคที่ใช้โดยทั่วไปคือการอ่านคำถามก่อน จับคีย์เวิร์ด แล้ว skim หา keyword ใน paragraph (กรณีที่มันยาว) จุดที่ทำให้ยาก คือคำถามและช้อยซ์จะไม่ใช้ศัพท์เดียวกันกับเนื้อหาตรงๆ (แบบดูปุ๊บตอบได้ปั๊บ) แต่ใช้คำที่มีความหมายเดียวกัน หรือประโยคที่สื่อในความหมายเดียว (อ่านแล้วต้องคิดก่อน ถึงจะรู้ว่ามันหมายความอย่างเดียวกันนี่หว่า)
    ถ้าคุณจะ skim ในส่วนนี้ ให้ระวัง keywords ลวงให้ดี สกิมแบบเข้าใจคร่าวๆไม่ใช่เช็คแค่ keyword เพราะมีการหลอกเยอะมาก เช่น โจทย์ถามราคา คุณ skim หาแค่ราคา แต่มันเสือกมีราคาซ่อนอยู่มากกว่าหนึ่งที่ คุณก็ดันไปตอบไอ้ราคาตัวแรกไปเลยโดยไม่ดูต่อ

- ช่วงแรก พยายามฝนเนื้อหาให้เสร็จทันภายในเวลา คนพูดจะบอกเร็วมาก ยกมือขัดเค้าซะ เพราะเวลายังไม่ได้เริ่มนับ จะนับเมื่อเริ่มทำคข้อสอบ(ไม่ใช่เพื่อส่วนตัว เพราะผมเชื่อว่าแม่งฝนกันไม่ทันหมดแหละ แต่ไม่มีใครยกมือหยุดเจ๊แก หรือยกมือแล้ว แต่เจ๊แกก็ยังพูดรัวไม่หยุด) ยอมรับความจริงส่วนหนึ่งว่าพนักงานเค้าอยากกลับบ้านเร็ว + พูดทุกวันจนคล่องและเบื่อ เลยคิดว่าไอ้การฝนแบบสลับซับซ้อนนี่เป็นเรื่องธรรมดา

หมดแล้วครับ หวังว่าคุณจะคุมสติได้ในการสอบครับ เพราะโชคไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเท่าไร

เรื่องส่วนตัว
ไว้เดี๋ยวมาเขียนถ้ามีอารมณ์ (ฝนตกอยู่ ฟ้าจะผ่าคอมเอา)

เรื่องการจัดการ

ผมค่อนข้างประทับใจการทำงานของที่นี่มาก ระบบมีการเตรียมการเป็นอย่างดี การคุมการสอบเข้มดี การไลน์แถว การตรวจทานข้อมูล ความพร้อมของพนักงาน การหาสถานที่นั่งให้ (ที่”ร้านนั้น”) โดยไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหารเพื่อจะได้มีที่นั่งรอ (ตึกนี้ไม่มีที่นั่งจริงๆ) ข้อเสียอย่างเดียวคือพนักงานที่นี่เหมือนหุ่นยนต์มากไป (พอเข้าใจว่าทำทุกวันจนชิน) สามารถพูดอธิบายได้เร็วพอๆหรือเร็วกว่าโจอี้บอยได้ (ใครจะฟังทันวะ)

ข้อเสียอีกอย่างนึงคือ คุณควรจะมีที่จัดเก็บกระเป๋าหรือรับฝากเป็นสัดส่วนมากกว่านี้ ไม่ก็แจ้งซะแต่แรกว่าอย่าเอากระเป๋าหรือของมีค่ามา การให้วางทิ้งไว้บนชั้นโดยเขียนป้ายเตือนว่าถ้าหายกูไม่รับผิดชอบ เป็นอะไรที่แสดงให้เห็นว่า Customer Relation คุณห่วยมาก (ถึงคุณจะไม่ต้องการมันก็เถอะ อย่าให้มันแย่นัก)

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.