แนะนำการสอบโทอิค (สอบ TOEIC)
October 10, 2007
ไม่ได้เขียนบล็อคมานานแล้ว แต่เนื่องจากเรื่องนี้ตั้งใจจะบันทึกไว้
สาเหตุเพราะ ก่อนไปสอบเกิดอาการวิตกกังวล เลยพยายามเซิร์ชหาบล็อคที่มีคนเล่าประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ในการเข้าสอบโทอิค
ปรากฏว่าเจอแต่พวกอารมณ์ประมาณว่าบ่นๆ เสียส่วนใหญ่ ไม่ได้มีบรรยายข้อมูลในการสอบมาก
เลยมาบันทึกเก็บไว้ที่นี่ สำหรับคนที่ต้องไปสอบ (ถ้าคุณเผอิญเซิร์ชเจอเวปผม) หรือเผื่อว่าผมต้องไปสอบใหม่ – -” จะได้เตือนตัวเอง
แบ่งเนื้อหาออกเป็นสามส่วน เลือกอ่านเองละกันครับ
เรื่องการสอบ
– ขอละเรื่องเนื้อหาภาษาอังกฤษครับ เพราะไม่ได้เตรียมตัวในการสอบครั้งนี้เลย :’( และเรื่องพรรค์นี้คงหาอ่านได้เกร่อในเน็ตและตามร้านหนังสือแล้ว
- ศึกษาโครงสร้างของข้อสอบ ว่ามีประเภทใดบ้าง (2 parts มีอะไรบ้าง แต่ละพาร์ทมีโจทย์กี่ประเภท incomplete sentence, photograph ฯลฯ) แต่ละประเภทของโจทย์มีอัตราส่วนเท่าไร ได้ไม่ต้องเสียแรงตอนก่อนสอบ ในการนั่งอ่านคำสั่ง ศึกษาการ
- ก่อนการสอบ วางแผนการทำข้อสอบให้เรียบร้อยใน part reading อย่าไปวางแผนในห้องสอบ เช่น 20นาที ในส่วนของการเติมคำ 35 นาทีในส่วน passage ฯลฯ
– ควรรู้ว่าการอสอบเป็นแบบ sprint test มอง ตัดสินใจ กา, มอง ตัดสินใจ กา, อย่างคิดมากหรือทบทวน เพราะจะทำไม่ทัน ผมถึงแนะนำให้คุณทำสองข้อข้างบนไว้
- พักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะการสอบเป็นสองช.ม.ที่ทรหดต่อร่างกายและจิตใจมากพอควรเลยทีเดียว ถ้าหยุดพักก็แทบจะทำไม่ทัน
- มีสติและหมั่นสำรวจนาฬิกาว่าเลยไปกี่นาทีแล้ว แต่อย่าให้เวลากดดันตัวเอง
- ผมเชื่อว่าสิ่งที่จะทำให้คุณได้คะแนนในระดับสูง 700-800 ไม่ใช่เพราะพื้นฐานภาษาอังกฤษคุณดีเยี่ยม (แต่ดีก็พอ) แต่คือสมาธิ การคุมสติไม่ให้กระเจิง
- ส่วนใครที่ตั้งเป้า 600 นี่ไม่ยากหรอ
- ส่วน listening ทุกพาร์ทพูดรอบเดียวเท่านั้น !!
- Photographs ง่าย แต่หลงทางได้ง่ายในบางข้อ เพราะบางข้อมันกำกวม ต้องเก็บรายละเอียดให้ดี
- Question-Response ง่าย เทคนิคที่ใช้ได้คือการรอช่องระหว่าง การอ่านเลขข้อ กับตัวเนื้อคำถาม แล้วฟังคำๆแรกให้ดีๆ (quention 73…..who what when where how ฯลฯ) แค่นี้ก็เดาคำตอบได้ถูกประมาณ 70-80% แล้ว (มีบางข้อจะหลอกคุณจริงๆ)
- Short Conversationปานกลาง เทคนิคคือ ให้รีบฝน แล้วอ่านคำถามข้อถัดไปล่วงหน้า จะทำให้คุณจับเค้าเนื้อเรื่องถัดไปได้ลางๆ ฟังสะดวกขึ้น
- Short Talks ตอนแรกคิดว่าพาร์ทนี้จะยาก แต่ออกมากลางๆแฮะ ส่วนนี้เทคนิคคล้ายๆกัน คือให้รีบกา แล้วอ่านคำถามข้อถัดไปล่วงหน้า สำหรับส่วนนี้ การ skim คำถามก่อนมีความจำเป็นค่อนข้างมาก เพราะบางครั้ง ผู้พูดจะพูดรัว และเร็ว ทำให้แม้คุณจะฟังออก แต่จับเนื้อหาจุกจิกได้ไม่หมด แล้วคำถามเสือกถามตรงนั้นพอดี
พาร์ทนี้ขนาดเตือนตัวเองแล้ว ว่าอย่าจิตหลุด (อ่านมาจากบล็อคพี่เนย) ยังหลุดไปเกือบสิบข้อ T.T
- ส่วน Reading เป็นการสอบแบบ sprint เวลาถูกกำหนดให้ทำทันพอดี 75 นาที 100 ข้อ แถมมี reading ที่แม้จะไม่ยาว แต่ก็ไม่สั้นแล้วต้องเสียเวลาตีความให้เข้าใจพอสมควร ถือว่าเร็วมากทีเดียว
- Incomplete Sentences เป็นส่วนที่ง่ายที่สุด ถ้าจำไม่ผิดมี 40 ผมทำเสร็จในเวลา 30 นาทีมั้ง ซึ่งถือว่าช้าไปพอควรเลย (ลืมคิดจุดนี้ไป เตือนตัวเองด้วยอย่าพลาดเหมือนผม T.T) ทำให้ไปลนตอนท้ายๆ ซึ่งต้องใช้การประมวลผลและวิครเาห์มากกว่า เน้นย้ำว่าเป็นพาร์ทเดียวที่คุณอ่านปุ๊บตอบปั๊บได้โดยความเสี่ยงน้อยที่สุด
- Error Recognition พาร์ทนี้ยากที่สุดในการสอบ แต่ใช้เวลาน้อยกว่า Reading (ส่วนสุดท้าย) ถ้าคุณไม่เทพฯจริง (กะฟัน 900+) ก็อย่าเสียเวลากับข้อที่หาไม่เจอมาก ใช้เซนส์หรือกามั่วข้อเดียวไปเลย ไม่ต้อเว้นไว้ เว้นไว้ก็กลับมาทำไม่ทันหรอก
- Reading Comprehension ไม่ยากมาก แต่กินเวลา เป็นจุดที่ตัดแบ่งพวกที่เตรียมตัวมาแต่เนื้อหา แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเค้าให้ทำแค่ข้อละไม่ถึงนาที !! กับพวกที่เอะใจก่อน เทคนิคที่ใช้โดยทั่วไปคือการอ่านคำถามก่อน จับคีย์เวิร์ด แล้ว skim หา keyword ใน paragraph (กรณีที่มันยาว) จุดที่ทำให้ยาก คือคำถามและช้อยซ์จะไม่ใช้ศัพท์เดียวกันกับเนื้อหาตรงๆ (แบบดูปุ๊บตอบได้ปั๊บ) แต่ใช้คำที่มีความหมายเดียวกัน หรือประโยคที่สื่อในความหมายเดียว (อ่านแล้วต้องคิดก่อน ถึงจะรู้ว่ามันหมายความอย่างเดียวกันนี่หว่า)
ถ้าคุณจะ skim ในส่วนนี้ ให้ระวัง keywords ลวงให้ดี สกิมแบบเข้าใจคร่าวๆไม่ใช่เช็คแค่ keyword เพราะมีการหลอกเยอะมาก เช่น โจทย์ถามราคา คุณ skim หาแค่ราคา แต่มันเสือกมีราคาซ่อนอยู่มากกว่าหนึ่งที่ คุณก็ดันไปตอบไอ้ราคาตัวแรกไปเลยโดยไม่ดูต่อ
- ช่วงแรก พยายามฝนเนื้อหาให้เสร็จทันภายในเวลา คนพูดจะบอกเร็วมาก ยกมือขัดเค้าซะ เพราะเวลายังไม่ได้เริ่มนับ จะนับเมื่อเริ่มทำคข้อสอบ(ไม่ใช่เพื่อส่วนตัว เพราะผมเชื่อว่าแม่งฝนกันไม่ทันหมดแหละ แต่ไม่มีใครยกมือหยุดเจ๊แก หรือยกมือแล้ว แต่เจ๊แกก็ยังพูดรัวไม่หยุด) ยอมรับความจริงส่วนหนึ่งว่าพนักงานเค้าอยากกลับบ้านเร็ว + พูดทุกวันจนคล่องและเบื่อ เลยคิดว่าไอ้การฝนแบบสลับซับซ้อนนี่เป็นเรื่องธรรมดา
หมดแล้วครับ หวังว่าคุณจะคุมสติได้ในการสอบครับ เพราะโชคไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเท่าไร
เรื่องส่วนตัว
ไว้เดี๋ยวมาเขียนถ้ามีอารมณ์ (ฝนตกอยู่ ฟ้าจะผ่าคอมเอา)
เรื่องการจัดการ
ผมค่อนข้างประทับใจการทำงานของที่นี่มาก ระบบมีการเตรียมการเป็นอย่างดี การคุมการสอบเข้มดี การไลน์แถว การตรวจทานข้อมูล ความพร้อมของพนักงาน การหาสถานที่นั่งให้ (ที่”ร้านนั้น”) โดยไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหารเพื่อจะได้มีที่นั่งรอ (ตึกนี้ไม่มีที่นั่งจริงๆ) ข้อเสียอย่างเดียวคือพนักงานที่นี่เหมือนหุ่นยนต์มากไป (พอเข้าใจว่าทำทุกวันจนชิน) สามารถพูดอธิบายได้เร็วพอๆหรือเร็วกว่าโจอี้บอยได้ (ใครจะฟังทันวะ)
ข้อเสียอีกอย่างนึงคือ คุณควรจะมีที่จัดเก็บกระเป๋าหรือรับฝากเป็นสัดส่วนมากกว่านี้ ไม่ก็แจ้งซะแต่แรกว่าอย่าเอากระเป๋าหรือของมีค่ามา การให้วางทิ้งไว้บนชั้นโดยเขียนป้ายเตือนว่าถ้าหายกูไม่รับผิดชอบ เป็นอะไรที่แสดงให้เห็นว่า Customer Relation คุณห่วยมาก (ถึงคุณจะไม่ต้องการมันก็เถอะ อย่าให้มันแย่นัก)